แชร์

ชาย 56 ปี เป็นมะเร็งน้ำเหลืองหลังเคมีบำบัด มีไข้สูง เม็ดเลือดขาวต่ำ จัดการอย่างไร?

20 ผู้เข้าชม
ผู้ป่วยชายอายุ 56 ปี วินิจฉัยเป็นมะเร็งน้ำเหลืองระยะ IIIB ได้รับเคมีบำบัดทุก 3 สัปดาห์ 10 วันหลังให้เคมีบำบัดครั้งล่าสุดมีไข้สูงหนาวสั่น ตรวจร่างกาย: อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส การหายใจ 24 ครั้ง/นาที ชีพจร 100 ครั้ง/นาที อื่นๆ ไม่พบความผิดปกติ ผลตรวจเลือด: Hb 10.5, Hct 32%, WBC 400, Platelet 70,000
A. ยาจี-ซีเอสเอฟ (G-CSF)
B. ยาเซฟาโซลิน
C. ยาเซฟตาซิดิม
D. ยาอัมโฟเทอริซิน บี
E. การให้เกล็ดเลือด
ตอบ C. ยาเซฟตาซิดิม (Ceftazidime) 
จากการประเมินผู้ป่วยชายอายุ 56 ปี ที่ได้รับการวินิจฉัยเป็นมะเร็งน้ำเหลืองระยะ IIIB และได้รับเคมีบำบัดเป็นรอบทุก 3 สัปดาห์ 10 วันหลังได้รับเคมีบำบัดครั้งล่าสุดมีไข้สูงถึง 40 องศาเซลเซียส ร่วมกับอาการหนาวสั่น ตรวจร่างกายพบอัตราการหายใจ 24 ครั้งต่อนาที ชีพจร 100 ครั้งต่อนาที ผลการตรวจเลือดพบภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำอย่างรุนแรงเพียง 400 cells/mm³ เกล็ดเลือดต่ำ 70,000 cells/mm³ และภาวะซีดเล็กน้อย อาการทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นถึงภาวะฉุกเฉินทางโลหิตวิทยาที่สำคัญ คือ ภาวะไข้ร่วมกับเม็ดเลือดขาวต่ำ (Febrile Neutropenia) ในผู้ป่วยมะเร็งหลังได้รับเคมีบำบัด
ภาวะไข้ร่วมกับเม็ดเลือดขาวต่ำจัดเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการจัดการอย่างเร่งด่วน เนื่องจากผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อรุนแรงและการติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะ septic shock และเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว
กลไกการเกิดภาวะนี้เกี่ยวข้องกับผลข้างเคียงของเคมีบำบัดที่ไปกดการทำงานของไขกระดูก ทำให้การผลิตเม็ดเลือดขาวโดยเฉพาะ neutrophil ลดลงอย่างรุนแรง การที่เม็ดเลือดขาวต่ำทำให้ร่างกายขาดเซลล์ภูมิคุ้มกันสำคัญในการต่อสู้กับเชื้อโรค แม้แต่เชื้อประจำถิ่นที่ปกติไม่ก่อโรคก็สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงได้
เมื่อพิจารณาตัวเลือกการรักษาที่มีอยู่ C. ยาเซฟตาซิดิม (Ceftazidime) เป็นการรักษาที่เหมาะสมและสำคัญที่สุดเป็นอันดับแรก
เหตุผลเชิงลึกทางการแพทย์ที่เลือกเซฟตาซิดิม:
1. กลไกการออกฤทธิ์และครอบคลุมเชื้อ:
เซฟตาซิดิมเป็นยาปฏิชีวนะกลุ่มเซฟาโลสปอรินรุ่นที่ 3
มีฤทธิ์ครอบคลุมเชื้อแบคทีเรียแกรมลบได้กว้างขวาง รวมถึง Pseudomonas aeruginosa
สามารถผ่านเข้าไปในเนื้อเยื่อต่างๆ ได้ดี
2. ความสอดคล้องกับแนวทางการรักษามาตรฐาน:
ตามแนวทาง international guidelines สำหรับการรักษาภาวะไข้ร่วมกับเม็ดเลือดขาวต่ำ
การใช้ยาปฏิชีวนะชนิดครอบคลุมเชื้อกว้างเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน
เซฟตาซิดิมเป็นหนึ่งในยาที่แนะนำเป็น first-line treatment
3. การพิจารณาสถานการณ์ผู้ป่วย:
ผู้ป่วยมีเม็ดเลือดขาวต่ำอย่างรุนแรง (400 cells/mm³)
มีไข้สูง 40 องศาเซลเซียส ซึ่งบ่งชี้ถึงการติดเชื้อรุนแรง
อยู่ในช่วงเวลาเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงสุดหลังเคมีบำบัด (10 วัน)
การพิจารณาตัวเลือกอื่นๆ:
A. จี-ซีเอสเอฟ: สำคัญแต่ไม่ใช่การรักษาแรก ควรให้หลังจากควบคุมการติดเชื้อแล้ว
B. เซฟาโซลิน: ครอบคลุมเชื้อไม่กว้างพอสำหรับภาวะนี้
D. อัมโฟเทอริซิน บี: ใช้สำหรับการติดเชื้อรา ไม่ใช่การรักษาแรก
E. การให้เกล็ดเลือด: สำคัญแต่ไม่ใช่ลำดับแรก ควรให้เมื่อมีเลือดออกหรือเกล็ดเลือดต่ำมาก
แนวทางการจัดการผู้ป่วยอย่างครบถ้วน:
ให้เซฟตาซิดิมทางหลอดเลือดดำทันที
ประเมินแหล่งการติดเชื้อโดยการตรวจร่างกายอย่างละเอียด
ส่งตรวจเลือดและปัสสาวะเพื่อเพาะเชื้อ
พิจารณาการให้จี-ซีเอสเอฟเพื่อเร่งการฟื้นตัวของเม็ดเลือดขาว
ติดตามอาการอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤต
โดยสรุป then การให้เซฟตาซิดิมเป็นวิธีการจัดการที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากเป็นการรักษาที่ตรงกับสาเหตุหลักของภาวะไข้ร่วมกับเม็ดเลือดขาวต่ำ และสอดคล้องกับแนวทางมาตรฐานสากล

บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy