แชร์

หญิง 40 ปี ไปเที่ยวตาก ไข้ ซึม ชัก พบเชื้อ malaria ในเลือด จัดการแรกอย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 22 ธ.ค. 2025
162 ผู้เข้าชม
ผู้ป่วยหญิงอายุ 40 ปี 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาไปเที่ยวจังหวัดตาก มีไข้ขึ้น 1 สัปดาห์ ต่อมา 1 วันซึมลงและชัก 1 ครั้งก่อนมาโรงพยาบาล
ตรวจเลือดพบเชื้อ malaria รูปแบบ ring form, multiple infection, accole form
A. ตรวจซีทีสแกนสมอง
B. ให้ยาปฏิชีวนะกลุ่มเซฟาโลสปอรินรุ่นที่ 3
C. ให้กลูโคส 50%
D. ให้ยาฟีโนบาร์บิทอล
E. เจาะน้ำไขสันหลัง
ตอบ E. การเจาะน้ำไขสันหลัง (Lumbar Puncture) เป็นขั้นตอนที่สำคัญเพื่อการวินิจฉัยแยกโรค
จากการประเมินผู้ป่วยหญิงอายุ 40 ปี ที่มีประวัติเดินทางไปจังหวัดตากซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดของโรคมาลาเรีย ตามด้วยอาการไข้นาน 1 สัปดาห์ และพัฒนามาเป็นอาการซึมลงและชัก 1 ครั้งก่อนมาโรงพยาบาล ผลการตรวจเลือดพบเชื้อมาลาเรียรูปแบบ ring form, multiple infection และ accole form ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นลักษณะเฉพาะของเชื้อ Plasmodium falciparum ที่เป็นสายพันธุ์รุนแรง และอาการทางระบบประสาทที่ปรากฏชี้ให้เห็นถึงภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงที่สุดอย่างหนึ่งของโรคมาลาเรีย คือ ภาวะมาลาเรียขึ้นสมอง (Cerebral Malaria)
ลักษณะการพบเชื้อในเลือดแบบ multiple infection (เซลล์เม็ดเลือดแดงหนึ่งเซลล์มีเชื้อมากกว่า 1 ตัว) และ accole form (เชื้อเกาะติดที่ขอบเซลล์เม็ดเลือดแดง) เป็นลักษณะทาง morphology ที่บ่งชี้การติดเชื้อ P. falciparum ที่มีความรุนแรงสูง และมีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะมาลาเรียขึ้นสมองโดยตรง
กลไกการเกิดภาวะมาลาเรียขึ้นสมองเกิดจากเม็ดเลือดแดงที่ติดเชื้อจะสร้างโปรตีน PfEMP1 ที่ทำให้เม็ดเลือดแดงเกาะติดกับ endothelial cells ของหลอดเลือดสมอง (cytoadherence) และเกาะติดกันเอง (rosetting) ส่งผลให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดฝอยในสมอง นำไปสู่ภาวะ hypoxia และการบาดเจ็บของเซลล์สมองอย่างรุนแรง
เมื่อพิจารณาตัวเลือกการจัดการเบื้องต้น ทั้ง 5 ข้อ มีข้อที่สำคัญและจำเป็นต้องทำเป็นลำดับแรกที่แตกต่างกันไป แต่หากต้องเลือกการจัดการที่สำคัญที่สุดและเหมาะสมกับสถานการณ์นี้ E. การเจาะน้ำไขสันหลัง (Lumbar Puncture) เป็นขั้นตอนที่สำคัญเพื่อการวินิจฉัยแยกโรค
เหตุผลเชิงลึกทางการแพทย์:
ความสำคัญของการเจาะน้ำไขสันหลัง:
เพื่อแยกภาวะติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลางอื่นๆ เช่น ไวรัสสมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากแบคทีเรีย
เพื่อประเมินความดันในโพรงกะโหลกศีรษะ ซึ่งในภาวะมาลาเรียขึ้นสมองอาจมีความดันเพิ่มขึ้น
การตรวจน้ำไขสันหลังในภาวะมาลาเรียขึ้นสมองมักพบความดันปกติหรือสูงเล็กน้อย โปรตีนสูงเล็กน้อย และเซลล์ปกติหรือสูงไม่มาก
การพิจารณาตัวเลือกอื่นๆ:
A. ซีทีสแกนสมอง: สำคัญเพื่อแยกภาวะอื่นเช่น เลือดออกในสมอง แต่ไม่ใช่การรักษาจำเพาะ
B. ยาเซฟาโลสปอรินรุ่นที่ 3: ใช้สำหรับการติดเชื้อแบคทีเรีย ไม่มีผลต่อเชื้อมาลาเรีย
C. กลูโคส 50%: ใช้สำหรับภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งควรตรวจน้ำตาลในเลือดก่อนให้
D. ฟีโนบาร์บิทอล: อาจใช้ควบคุมการชักแต่ไม่ใช่การรักษาแรก
แนวทางการจัดการที่สมบูรณ์ควรประกอบด้วย:
การให้ยารักษามาลาเรียชนิดรุนแรงทางหลอดเลือดดำทันที
การควบคุมและป้องกันการชัก
การจัดการด้านสารน้ำและ electrolytes
การตรวจติดตามระดับความรู้สึกตัวและสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิด
การพิจารณาให้การรักษาประคับประคองอื่นๆ ในหอผู้ป่วยวิกฤต
อย่างไรก็ตาม ในการปฏิบัติจริง การให้ยารักษามาลาเรียเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำควบคู่ไปกับการตรวจวินิจฉัยแยกโรค เนื่องจากภาวะมาลาเรียขึ้นสมองมีอัตราการเสียชีวิตสูงและต้องการการรักษาที่รวดเร็ว

บทความที่เกี่ยวข้อง
ผู้ป่วยเป็น DM, GFR 20, Cr2.5 ยาใดใช้รักษาผู้ป่วยรายนี้ไม่ได้?
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน (DM) ที่มีภาวะไตวายระยะรุนแรง (GFR 20, Cr 2.5) ต้องระวังการเลือกใช้ยา! คู่มือนี้รวมรายชื่อ ยารักษาเบาหวานและยาอื่นๆ ที่อาจใช้ไม่ได้หรือเป็นอันตราย
ดื่มนมมากไปอันตรายหรือไม่?
หญิงอายุ 50 ปี มีอาการท้องเสียและท้องอืดทุกครั้ง หลังรับประทานนมปริมาณมาก อาการดังกล่าวเกิดจากกลไกใด?
หญิง 70 ปี เป็นเบาหวาน ไข้ ปัสสาวะขุ่น ความดันต่ำ อันดับแรกควรทำอะไร?
ผู้ป่วยหญิงอายุ 70 ปี เป็นเบาหวานมา 10 ปี มีไข้ ปัสสาวะขุ่น ซึมลง เจ็บสีข้างซ้ายมา 4 วัน ตรวจร่างกาย: อุณหภูมิ 38°C, ความดันโลหิต 80/50 mmHg, ชีพจร 110 ครั้ง/นาที, การหายใจ 28 ครั้ง/นาที ญาติเห็นว่าป่วยจึงให้หยุดยาเบาหวาน ตรวจน้ำตาลในเลือด 900 mg/dL, กดเจ็บที่สีข้างซ้าย, BUN 40 mg/dL, Cr 2 mg/dL, Electrolyte ปกติ
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้