แชร์

ชายกลางคน ปวดท้อง-ตาเหลือง-ซีด ตับโต ค่าตับอักเสบสูง วินิจฉัยอะไร?

11 ผู้เข้าชม
ชาย 14 ปี ก้อนเจ็บขาหนีบ เคยมีประวัติลูกอัณฑะหดกลับ คิดถึงโรคอะไร?
ผู้ป่วยชายไทยอายุ 14 ปี มาพบแพทย์ด้วยก้อนเจ็บที่ขาหนีบข้างซ้าย เคยมีประวัติลูกอัณฑะหดกลับได้ตอนเด็ก
1.ภาวะลูกอัณฑะบิดขั้ว
2.ภาวะอัณฑะอักเสบ
3.ไส้เลื่อนติดค้าง
จากอาการผู้ป่วยชายอายุ 14 ปี ที่มีก้อนเจ็บที่ขาหนีบข้างซ้าย ร่วมกับประวัติเคยมี retractile testis ตอนเด็ก อาการเหล่านี้ทำให้ต้องคิดถึงภาวะเร่งด่วนทางระบบสืบพันธุ์ชายหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะที่เกี่ยวข้องกับอัณฑะและโครงสร้างในถุงอัณฑะ
ภาวะที่ควรวินิจฉัยเป็นอันดับแรกและสำคัญที่สุดคือ **ภาวะลูกอัณฑะบิดขั้ว (Testicular Torsion)** เนื่องจากเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรักษาภายใน 6-8 ชั่วโมงเพื่อป้องกันเนื้อตายของอัณฑะ กลไกการเกิดภาวะนี้เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการยึดเกาะของอัณฑะในถุงอัณฑะที่เรียกว่า bell-clapper deformity ซึ่งทำให้อัณฑะสามารถหมุนรอบตัวเองได้อย่างอิสระ การบิดขั้วนี้จะทำให้เลือดไปเลี้ยงอัณฑะลดลงอย่างรวดเร็ว นำไปสู่เนื้อตายจาก ischemia ผู้ป่วยที่มีประวัติ retractile testis มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อภาวะนี้ เนื่องจากมักมีความผิดปกติของการยึดเกาะของอัณฑะร่วมด้วย

อาการทางคลินิกของ testicular torsion มักเริ่มอย่างกะทันหันด้วยอาการปวดรุนแรงที่ขาหนีบหรือถุงอัณฑะ อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย การตรวจร่างกายจะพบอัณฑะที่บวมเจ็บและอาจอยู่สูงกว่าปกติ cremasteric reflex มักหายไป การตรวจ Doppler ultrasound จะแสดงให้เห็นการลดลงของเลือดไปเลี้ยงอัณฑะข้างที่บิดขั้วอย่างชัดเจน

ภาวะที่สองที่ต้องพิจารณาคือ **ภาวะอัณฑะอักเสบ (Orchitis)** ซึ่งเป็นการอักเสบติดเชื้อของอัณฑะ มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเช่น ไวรัสคางทูม หรือการติดเชื้อแบคทีเรียที่ลามมาจากการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ อาการปวดจะค่อยเป็นค่อยามากกว่า testicular torsion และอาจมีอาการ systemic เช่น มีไข้ หนาวสั่น การตรวจร่างกายอาจแยกจาก testicular torsion ได้ยาก แต่มักมีประวัติการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจหรือทางเดินปัสสาวะมาก่อน

ภาวะที่สามคือ **ไส้เลื่อนติดค้าง (Incarcerated Inguinal Hernia)** ซึ่งเกิดเมื่อลำไส้ส่วนที่ยื่นผ่านผนังหน้าท้องบริเวณขาหนีบไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้ ทำให้มีการอุดกั้นของเลือด supply ผู้ป่วยจะมีก้อนที่ขาหนีบที่เจ็บและไม่สามารถลดกลับเข้าไปได้ อาจมีอาการอาเจียนและท้องอืดจากการอุดกั้นของลำไส้ร่วมด้วย การตรวจร่างกายจะพบก้อนที่ขาหนีบซึ่งแยกจากอัณฑะชัดเจน และอาจได้เสียงลำไส้เหนือก้อนนั้น

การวินิจฉัยแยกโรคระหว่างสามภาวะนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากแนวทางการรักษาที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง Testicular torsion ต้องได้รับการผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อคลายการบิดขั้วและทำการตรึงอัณฑะทั้งสองข้างเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ Orchitis รักษาด้วยยาปฏิชีวนะหรือยาต้านไวรัส และการประคบร้อน ส่วน incarcerated hernia ต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อลดการเลื่อนและซ่อมแซมผนังหน้าท้อง

ในผู้ป่วยรายนี้ ประวัติ retractile testis ในวัยเด็กเป็นข้อมูลสำคัญที่เพิ่มความน่าจะเป็นของ testicular torsion เนื่องจากความผิดปกติของการยึดเกาะของอัณฑะมักพบร่วมกับ retractile testis อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ละเลยความเป็นไปได้ของภาวะอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอาการไม่ตรงแบบทั้งหมด

การจัดการผู้ป่วยรายนี้ควรเริ่มด้วยการประเมินภาวะเร่งด่วนของทางเดินหายใจและการไหลเวียนเลือด จากนั้นส่งตรวจ Doppler ultrasound อย่างเร่งด่วนเพื่อประเมินการไหลเวียนเลือดไปยังอัณฑะ หากสงสัย testicular torsion ควรปรึกษาศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะทันทีเพื่อเตรียมการผ่าตัด

โดยสรุปแล้ว อาการของผู้ป่วยรายนี้ทำให้ต้องคิดถึง testicular torsion เป็นอันดับแรก รองลงมาคือ orchitis และ incarcerated hernia ตามลำดับ การวินิจฉัยที่รวดเร็วและการรักษาที่เหมาะสมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาอัณฑะและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy