แชร์

ชายปวดแสบบริเวณลิ้นปี่ เวลาท้องว่าง อาการดีขึ้นเมื่อทานอาหารหรือนมเซลล์ใดช่วยบรรเทาอาการดังกล่าว?

อัพเดทล่าสุด: 22 ม.ค. 2026
28 ผู้เข้าชม

ชาย 20 ปี ปวดแสบบริเวณลิ้นปี่ เวลาท้องว่าง อาการดีขึ้นเมื่อทานอาหารหรือนมเซลล์ใดช่วยบรรเทาอาการดังกล่าว?

A. Chief cell

B. Parietal cell

C. Paneth cell

D. Mucous cell

E. Enteroendocrine cell

คำตอบที่ถูกต้องคือ B. Parietal cell
เหตุผลโดยละเอียด
อาการของผู้ป่วยชายวัย 20 ปีที่อธิบายมาคือ ปวดแสบบริเวณลิ้นปี่ เวลาท้องว่าง และอาการดีขึ้นเมื่อทานอาหารหรือนม นี่เป็นลักษณะอาการคลาสสิกของ โรคแผลเปื่อยเพปติก (Peptic ulcer disease) โดยเฉพาะแผลในกระเพาะอาหาร (Gastric ulcer) หรือลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenal ulcer) ซึ่งมีกลไกสำคัญเกี่ยวข้องกับกรดในกระเพาะอาหารมากเกินไปหรือมีการป้องกันของเยื่อบุไม่เพียงพอ
อาการปวดเวลาท้องว่าง (Hunger pain) และดีขึ้นหลังกินอาหาร: เกิดขึ้นเพราะเมื่อท้องว่าง กรดในกระเพาะจะสัมผัสกับเยื่อบุโดยตรงและกระตุ้นแผล ทำให้ปวด การกินอาหารหรือนมช่วยเจือจางกรดและปกป้องแผลชั่วคราว จึงบรรเทาอาการ
เซลล์ที่ช่วยบรรเทาอาการ: การกินอาหารจะกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งฮอร์โมน แกสตริน (Gastrin) ซึ่งไปกระตุ้น เซลล์ข้างกระเพาะ (Parietal cell) ให้หลั่งกรดไฮโดรคลอริก (HCl) แต่ในขณะเดียวกัน การมีอาหารในกระเพาะก็ช่วยเป็นตัว บัฟเฟอร์ (Buffer) ตามธรรมชาติ ทำให้ความเป็นกรดโดยรวมในลูเมนของกระเพาะลดลงชั่วคราว แม้ว่าการหลั่งกรดจะเพิ่มขึ้นก็ตาม ผลลัพธ์สุทธิคือ ความเป็นกรดที่สัมผัสกับแผลลดลง จึงบรรเทาอาการปวด
คำถาม "เซลล์ช่วยบรรเทาอาการดังกล่าว" ต้องตีความว่าเซลล์ชนิดใดที่มีบทบาทในกระบวนการที่ทำให้อาการดีขึ้นหลังรับประทานอาหาร กลไกการบรรเทาอาการไม่ได้มาจากการที่เซลล์นั้นหยุดทำงาน แต่มาจาก การทำงานของเซลล์นั้นถูกปรับสมดุลด้วยการมีอยู่ของอาหาร
การกินอาหารกระตุ้นการทำงานของ Parietal cell (ผ่านแกสตริน) แต่การมีอาหารในกระเพาะก็ช่วย ทำให้สภาพแวดล้อมในกระเพาะมีความเป็นกรดลดลงชั่วคราว ซึ่งขัดกับความรู้สึกแต่เป็นความจริงทางสรีรวิทยา
ดังนั้น เซลล์ที่เป็นศูนย์กลางของทั้งกระบวนการเกิดอาการ (หลั่งกรด) และกระบวนการบรรเทาอาการ (โดยอ้อมผ่านการกระตุ้นให้มีอาหารมาเป็นบัฟเฟอร์) คือ Parietal cell
อธิบายแต่ละตัวเลือก:
A. Chief cell
ไม่ถูกต้อง: Chief cell หลั่งเพปซิโนเจน (เป็นเอนไซม์ย่อยโปรตีน) ไม่ได้มีบทบาทโดยตรงต่อการบรรเทาอาการปวดจากกรด ความเป็นกรดที่ลดลงหลังกินอาหารไม่ได้เกิดจากการทำงานของเซลล์นี้
B. Parietal cell
ถูกต้อง: เป็นเซลล์หลักที่ผลิตและหลั่ง กรดไฮโดรคลอริก (HCl) อาการปวดเกิดจากกรดที่เซลล์นี้หลั่งมาระคายเคืองแผล เมื่อกินอาหาร อาหารจะทำหน้าที่เป็นบัฟเฟอร์ทำให้ความเป็นกรดในกระเพาะลดลงชั่วคราว จึงลดการระคายเคืองแผล Parietal cell จึงเป็นเซลล์สำคัญในทั้งสาเหตุของอาการและกลไกการบรรเทาอาการ (โดยอ้อมผ่านการมีอาหารมาลดผลของกรด)
C. Paneth cell
ไม่ถูกต้อง: พบที่ฐานของต่อมในลำไส้เล็กส่วนต้น (duodenum) ทำหน้าที่หลั่งสารต้านจุลชีพ (lysozyme, defensin) ไม่เกี่ยวข้องกับอาการหรือการบรรเทาอาการของแผลเพปติกในกระเพาะ
D. Mucous cell
ไม่ถูกต้อง: Mucous cell (หรือ Goblet cell) หลั่งมูก (mucus) เพื่อปกป้องเยื่อบุผิวทางเดินอาหาร แม้จะมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการเกิดแผลตั้งแต่แรก แต่การบรรเทาอาการปวดทันทีหลังกินอาหารหรือนมนั้น เกิดจากการที่อาหารไปเจือจางกรดและเป็นบัฟเฟอร์ ไม่ได้เกิดจากการทำงานของ Mucous cell ที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน
E. Enteroendocrine cell
ไม่ถูกต้อง: เป็นเซลล์ที่กระจายอยู่ตามทางเดินอาหาร หลั่งฮอร์โมนต่างๆ เช่น เซลล์ G หลั่ง Gastrin ซึ่งกระตุ้น Parietal cell ให้หลั่งกรด ตัวเซลล์นี้เองไม่ได้มีบทบาทโดยตรงในการบรรเทาอาการปวดทันทีหลังรับประทานอาหาร กลไกหลักยังคงเป็นการที่อาหารเป็นตัวบัฟเฟอร์กรด
สรุป: อาการของผู้ป่วยบ่งชี้ถึงแผลเพปติกที่เกี่ยวข้องกับกรด การบรรเทาอาการหลังรับประทานอาหารเกิดจากการที่อาหารหรือนมทำหน้าที่เป็นบัฟเฟอร์ลดความเป็นกรดในกระเพาะชั่วคราว กรดนี้ผลิตโดย Parietal cell ดังนั้น เซลล์ที่เกี่ยวข้องกับทั้งกระบวนการนี้ (ทั้งการเกิดอาการและการบรรเทาอาการ) คือ Parietal cell


บทความที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Kidney Injury (AKI) ตัวอย่างโจทย์ภาวะไตวายเฉียบพลัน ครอบคลุมการแยกสาเหตุ pre-renal, intra-renal, post-renal, การแปลผล urine electrolytes และ fractional excretion of sodium (FENa), การให้ fluid resuscitation, การปรับขนาดยาตาม eGFR, และข้อบ่งชี้ในการฟอกเลือดด่วน
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Decompensated Heart Failure)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Decompensated Heart Failure ตัวอย่างโจทย์ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ครอบคลุมการประเมิน volume overload vs low perfusion, การให้ยาขับปัสสาวะ Furosemide, การปรับยาในผู้ป่วย hypotensive, การให้ inotropes และ vasodilator อย่างเหมาะสม รวมถึงการให้คำแนะนำผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Thyrotoxicosis)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Thyrotoxicosis ตัวอย่างโจทย์ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ตั้งแต่การซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อแยกสาเหตุ, การแปลผล thyroid function test, การเลือกใช้ยา methimazole, PTU, beta-blocker, และการจัดการภาวะ thyroid storm ที่รุนแรง เหมาะสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ