แชร์

ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Decompensated Heart Failure)

อัพเดทล่าสุด: 24 ก.พ. 2026
208 ผู้เข้าชม

ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Decompensated Heart Failure)

ตอนที่ 1: การนำเสนอผู้ป่วยและการซักประวัติ
เคส: วันพุธ เวลา 09.00 น. คุณเป็นแพทย์เวรในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลทั่วไปแห่งหนึ่ง พยาบาลแจ้งว่ามีผู้ป่วยหญิงอายุ 75 ปี ถูกนำส่งด้วยอาการ หายใจเหนื่อยหอบเฉียบพลัน มา 3 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล ญาติแจ้งว่าผู้ป่วยมีประวัติ โรคหัวใจ มานาน แต่ไม่ทราบรายละเอียด

คำถามที่ 1 (ข้อที่ 1/6)
จากอาการนำและประวัติเบื้องต้นนี้ สิ่งแรกที่คุณต้องประเมินและดำเนินการคืออะไร? (ระบุ 3 สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกสุด พร้อมเหตุผล) และคุณจะซักประวัติเพิ่มเติมจากญาติในประเด็นสำคัญใดบ้าง? (ระบุอย่างน้อย 5 ประเด็น)
(เวลาในการตอบ: 8 นาที)

ตอนที่ 2: การตรวจร่างกายและการประเมินเบื้องต้น
ข้อมูลเพิ่มเติม: จากการซักประวัติญาติได้ข้อมูลดังนี้
ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยมากขึ้นเวลานอนราบ ต้องนั่งพับคอ (orthopnea)
เมื่อคืนตื่นมากลางดึกเพราะหายใจไม่ออก (PND)
มีอาการบวมที่ขาทั้งสองข้างมากขึ้น 1 สัปดาห์
ไม่เคยมาตรวจรักษาที่ไหนเป็นประจำ
ผลตรวจร่างกายเบื้องต้น:
สัญญาณชีพ: BP 170/100 mmHg, PR 120/min, RR 32/min, O2 sat 88% room air
ระดับความรู้สึกตัว: รู้สึกตัวดี แต่กระสับกระส่าย
ตรวจปอด: heard fine crackles ทั้งสองข้าง ถึง mid zone
ตรวจหัวใจ: heard S3 gallop, JVP สูง (≈ 8 cmH2O)
ตรวจท้อง: ตับโต กดเจ็บ
ขา: pitting edema ทั้งสองข้าง +2

คำถามที่ 2 (ข้อที่ 2/6)
จากข้อมูลประวัติและตรวจร่างกาย ให้ระบุ กลุ่มอาการ (syndrome) ที่ผู้ป่วยเป็น พร้อมให้เหตุผล
คุณจะให้การรักษาเบื้องต้น (Initial management) อย่างไรใน 1 ชั่วโมงแรก? (ระบุการให้ออกซิเจน การให้ยา และการตรวจเพิ่มเติม)
การตรวจวินิจฉัยที่สำคัญที่สุดเพื่อยืนยันการวินิจฉัยคืออะไร?
(เวลาในการตอบ: 12 นาที)

ตอนที่ 3: ผลการตรวจและการวินิจฉัย
ผลการตรวจ:
Chest X-ray: พบ cardiomegaly, pulmonary edema, Kerley B lines, pleural effusion ทั้งสองข้าง
ECG: Sinus tachycardia, LVH, no ischemic change
Complete Blood Count (CBC): ปกติ
Electrolytes: Na 135 mEq/L, K 3.8 mEq/L
BUN/Cr: BUN 30 mg/dL, Cr 1.2 mg/dL
Troponin: normal
BNP: 1,200 pg/mL (ปกติ < 100)

คำถามที่ 3 (ข้อที่ 3/6)
แปลผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ได้ พร้อมระบุ การวินิจฉัยที่สมบูรณ์ (Specific diagnosis)
ค่า BNP ที่สูงบ่งบอกถึงอะไร? และมีประโยชน์ในการวินิจฉัยอย่างไร?
จากผล CXR ที่พบ pulmonary edema ร่วมกับ cardiomegaly บ่งชี้ถึงพยาธิสภาพอะไร?
(เวลาในการตอบ: 10 นาที)

ตอนที่ 4: การรักษาและการจำแนกประเภท
ข้อมูลต่อเนื่อง: หลังจากให้การรักษาเบื้องต้น ผู้ป่วยอาการดีขึ้น O2 sat 95% with 40% oxygen, RR 24/min แต่ยังมี BP 150/90 mmHg, PR 110/min, ยังได้ยิน crackles ที่ฐานปอด

คำถามที่ 4 (ข้อที่ 4/6)
จงอธิบาย หลักการรักษา acute pulmonary edema ด้วยตัวย่อ LMNOP (อธิบายแต่ละตัว)
ผู้ป่วยรายนี้น่าจะมี heart failure ชนิดใด? (HFrEF vs HFpEF) และต้องส่งตรวจอะไรเพิ่มเพื่อ confirm?
ควรให้การรักษาด้วยยาอะไรต่อเนื่องในระยะนี้? (ระบุชื่อยา ขนาด และเหตุผล)
(เวลาในการตอบ: 10 นาที)

ตอนที่ 5: การหาและแก้ไขปัจจัยกระตุ้น
ข้อมูลต่อเนื่อง: ผู้ป่วยเริ่ม stable ขึ้น สามารถซักประวัติเพิ่มเติมได้ พบว่าผู้ป่วยกินอาหารเค็มจัดในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา และหยุดยาประจำ (บอกว่าไม่มียาแล้ว)

คำถามที่ 5 (ข้อที่ 5/6)
ปัจจัยกระตุ้น (precipitating factors) ของ acute decompensated heart failure ที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง? (ระบุอย่างน้อย 5 ปัจจัย)
ผู้ป่วยรายนี้ควรได้รับยาประจำอะไรบ้างในการรักษา heart failure ระยะยาว? (ระบุ 4 กลุ่มยา พร้อมเหตุผล)
ควรให้คำแนะนำเรื่องการควบคุมอาหารและการสังเกตอาการอย่างไร?
(เวลาในการตอบ: 10 นาที)

ตอนที่ 6: การป้องกันและการนัดติดตาม
ข้อมูลต่อเนื่อง: ผู้ป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาล 5 วัน อาการดีขึ้น ไม่มีหอบ นอนราบได้ น้ำหนักลด 3 กก. แพทย์วางแผนจำหน่ายผู้ป่วยกลับบ้าน

คำถามที่ 6 (ข้อที่ 6/6)
ในการเตรียมผู้ป่วยกลับบ้าน คุณจะให้ คำแนะนำในการดูแลตนเอง สำหรับผู้ป่วย heart failure อย่างไรบ้าง? (ระบุอย่างน้อย 5 ข้อ) ควรนัดติดตามผู้ป่วยอย่างไร? (ระบุการนัดและการตรวจที่ควรทำ)
ควรให้คำแนะนำเรื่อง "สัญญาณเตือน" ที่ต้องรีบมาโรงพยาบาลอะไรบ้าง?
(เวลาในการตอบ: 12 นาที)

เฉลย: คลิก


บทความที่เกี่ยวข้อง
ชาวนา อายุ 50 ปี ไข้ ไอ มา 1 เดือน ?
จากประวัติผู้ป่วยชายไทยวัย 50 ปี ที่เป็นเบาหวาน มีอาการไข้ไอนาน 1 เดือน ร่วมกับภาพรังสีปอดอักเสบและ อัลตราซาวนด์พบตับม้ามโตและมีฝีขนาดเล็กหลายจุดในม้าม (splenic microabscesses) การวินิจฉัยที่น่าจะเป็นมากที่สุดคือ โรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) ซึ่งเกิดจากเชื้อ Burkholderia pseudomallei
ชายอายุ 25 ปี ท้องผูก ไม่มีถ่ายเป็นเลือด มีติ่งที่ dentate line รักษาอย่างไร?
ชายอายุ 25 ปี มาด้วยอาการท้องผูกเรื้อรัง ตรวจพบติ่งเนื้อที่ตำแหน่ง Dentate Line ไม่ข้ามมาที่ Anal Sphincter ตรวจอื่นปกติหมด ลักษณะนี้สอดคล้องกับ ริดสีดวงทวารภายใน (Internal Hemorrhoid) ระยะ 1-2 การรักษาเริ่มต้นที่ การปรับพฤติกรรมการขับถ่าย กากใยอาหาร ดื่มน้ำเพียงพอ หลีกเลี่ยงการเบ่ง ร่วมกับยาเหน็บหรือยาทา หากอาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณา Rubber Band Ligation, Sclerotherapy, หรือการใช้เครื่องมือจี้ด้วยความร้อน (Infrared Coagulation)
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้