แชร์

การวินิจฉัยอัณฑะบิดขั้วในเด็ก

อัพเดทล่าสุด: 5 ต.ค. 2025
163 ผู้เข้าชม

เด็กชายอายุ 5 ปี ปวดอัณฑะข้างใดข้างหนึ่งอย่างเฉียบพลัน อาการไม่ดีขึ้นเมื่อเปลี่ยนท่า ไม่มีประวัติบาดเจ็บ

ตรวจไม่พบ Cremasteric reflex การวินิจฉัยคือ?

จากการประเมินเด็กชายอายุ 5 ปีที่มีอาการปวดอัณฑะอย่างเฉียบพลันโดยไม่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนท่าและไม่มีประวัติการบาดเจ็บมาก่อน ร่วมกับการตรวจร่างกายที่พบว่าขาดครีมาสเทอริกรีเฟล็กซ์ ชุดอาการนี้บ่งชี้อย่างชัดเจนถึงภาวะอัณฑะบิดขั้วซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางศัลยกรรมที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

ภาวะอัณฑะบิดขั้วเกิดจากการที่อัณฑะหมุนรอบเส้นเลือดอสุจิทำให้การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงอัณฑะถูกตัดขาด กลไกการเกิดเกี่ยวข้องกับความผิดปกติแต่กำเนิดของการยึดเกาะของอัณฑะภายในถุงอัณฑะที่เรียกว่าภาวะเบลคลัพเปอร์ซึ่งทำให้อัณฑะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระมากเกินไป การหมุนนี้มักเกิดขึ้นในแนวตั้งฉากกับแกนของเส้นเลือดอสุจิและอาจหมุนได้ตั้งแต่ 180 ถึง 720 องศา

อาการปวดอัณฑะอย่างเฉียบพลันเป็นอาการนำที่สำคัญที่สุด อาการปวดนี้เกิดจากการขาดเลือดอย่างรุนแรงของอัณฑะและโครงสร้างรอบข้าง การที่อาการไม่ดีขึ้นเมื่อเปลี่ยนท่าเป็นลักษณะสำคัญที่ช่วยแยกจากภาวะอื่นเช่น การอักเสบของเอพเพนดิกซ์ของอัณฑะซึ่งอาจมีอาการปวดลดลงเมื่อยกอัณฑะสูงขึ้น

การขาดครีมาสเทอริกรีเฟล็กซ์เป็นอาการทางคลินิกที่มีความไวและความจำเพาะสูงสำหรับการวินิจฉัยภาวะนี้ ครีมาสเทอริกรีเฟล็กซ์เป็นการตอบสนองทางระบบประสาทปกติเมื่อมีการกระตุ้นผิวหนังด้านในของต้นขา ซึ่งจะส่งสัญญาณผ่านเส้นประสาททำให้กล้ามเนื้อครีมาสเตอร์หดตัวและดึงอัณฑะขึ้น การที่รีเฟล็กซ์นี้หายไปบ่งชี้ว่ามีความเสียหายของเส้นประสาทหรือการขาดเลือดไปเลี้ยงอัณฑะอย่างรุนแรง

พยาธิสรีรวิทยาของการขาดเลือดเริ่มต้นเมื่อการหมุนของอัณฑะทำให้เส้นเลือดอสุจิซึ่งเป็นเส้นเลือดหลักที่เลี้ยงอัณฑะถูกบิดเบี้ยวและหนีบกั้น การไหลเวียนเลือดvenous ถูกขัดขวางก่อนตามด้วย arterial supply ทำให้อัณฑะขาดเลือดอย่างรวดเร็ว ภายใน 4 ถึง 6 ชั่วโมงแรกจะเกิดความเสียหายที่ยังสามารถฟื้นตัวได้ แต่หลังจาก 8 ถึง 12 ชั่วโมงความเสียหายจะกลายเป็นถาวร

การตรวจเพิ่มเติมที่อาจพิจารณาได้แก่การอัลตราซาวนด์ดอปเปลอร์ของอัณฑะเพื่อประเมินการไหลเวียนเลือด แต่ไม่ควรเสียเวลากับการตรวจเหล่านี้หากอาการทางคลินิกชัดเจนและมีข้อบ่งชี้สำหรับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเวลาคือปัจจัยสำคัญที่กำหนดอัตราการรอดของอัณฑะ

การรักษาภาวะอัณฑะบิดขั้วต้องทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนภายใน 6 ถึง 8 ชั่วโมงหลังจากเริ่มมีอาการ ระหว่างการผ่าตัดศัลยแพทย์จะทำการคลายการบิดขั้วและประเมินความมีชีวิตของอัณฑะ หากอัณฑะยังมีสี pink ขึ้นหลังคลายการบิดแสดงว่ายังมีชีวิตและควรทำการตรึงอัณฑะกับผนังถุงอัณฑะเพื่อป้องกันการบิดซ้ำ หากอัณฑะขาดเลือดจนเป็นสีดำและไม่ตอบสนองควรพิจารณาตัดอัณฑะออก

หลังการผ่าตัดจำเป็นต้องตรึงอัณฑะอีกข้างหนึ่งด้วยเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดการบิดขั้วเช่นเดียวกัน ความสำคัญของการรักษาอย่างทันท่วงทีคือการพยายามรักษาอัณฑะและหน้าที่การผลิตฮอร์โมนและอสุจิ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาระบบสืบพันธุ์ในอนาคตของเด็ก ภาวะแทรกซ้อนหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมได้แก่ การตายของอัณฑะ ภาวะมีบุตรยากจากการที่ร่างกายสร้างแอนติบอดีต่ออสุจิของตัวเอง และความผิดปกติทางจิตใจจากการสูญเสียอัณฑะ การวินิจฉัยที่รวดเร็วและการส่งต่อเพื่อรับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยเหล่านี้


บทความที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Kidney Injury (AKI) ตัวอย่างโจทย์ภาวะไตวายเฉียบพลัน ครอบคลุมการแยกสาเหตุ pre-renal, intra-renal, post-renal, การแปลผล urine electrolytes และ fractional excretion of sodium (FENa), การให้ fluid resuscitation, การปรับขนาดยาตาม eGFR, และข้อบ่งชี้ในการฟอกเลือดด่วน
ชายอายุ 30 ปี มีแน่นน้าอก ไอแห้ง 3 สัปดาห์ ?
ในผู้ป่วยที่มีอาการและอาการแสดงของ pleural effusion เป็นเวลานาน 3 สัปดาห์ ขั้นตอนการตรวจที่เหมาะสมและให้ผลวินิจฉัยสูงสุดคือ การเจาะตรวจน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดร่วมกับการตัดชิ้นเนื้อเยื่อหุ้มปอด (Pleural tapping with biopsy) เพื่อหาสาเหตุ โดยเฉพาะวัณโรค
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้