แชร์

การจัดการบาดแผลสุนัขกัดในเด็ก

อัพเดทล่าสุด: 6 ต.ค. 2025
440 ผู้เข้าชม

เด็กอายุ 5 ปี ถูกสุนัขกัดได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ (complete vaccination) มีแผลถลอก (laceration) และมีเลือดออกเล็กน้อย การจัดการรักษาคืออะไร?
จากการประเมินเด็กอายุ 5 ปีที่ถูกสุนัขกัดและมีแผลถลอกเลือดออกเล็กน้อย แม้ว่าผู้ป่วยจะได้รับวัคซีนพื้นฐานครบตามเกณฑ์แล้ว การจัดการบาดแผลและการป้องกันโรคยังคงต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและรอบคอบ เนื่องจากบาดแผลจากสัตว์กัดมีความเสี่ยงทั้งด้านการติดเชื้อและโรคติดเชื้อร้ายแรง

-ขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดคือการทำความสะอาดบาดแผลอย่างถูกต้อง ควรล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ภายใต้แรงดันน้ำ adequate เป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที การล้างแผลอย่าง Thorough นี้สามารถลดปริมาณไวรัสโรคพิษสุนัขบ้าในบาดแผลได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นควรล้างแผลซ้ำด้วยน้ำเกลือ normal saline และพิจารณาใช้สารต้านเชื้อเช่น povidone-iodine ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อไวรัสได้ดี

-ในการประเมินบาดแผล แผลถลอกแม้จะมีเลือดออกเล็กน้อยถือเป็นบาดแผลเปิดที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เนื่องจากน้ำลายสัตว์อาจมีเชื้อโรคจำนวนมาก โดยเฉพาะแบคทีเรีย anaerobic จากช่องปากสุนัข เช่น Pasteurella multocida ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อหลังถูกสุนัขกัด และมักแสดงอาการภายใน 24 ชั่วโมงแรก

-การป้องกันบาดทะยักต้องได้รับการประเมินอย่างระมัดระวัง แม้ผู้ป่วยจะได้รับวัคซีนพื้นฐานครบแล้วได้รับวัคซีนเข็มสุดท้ายมานานกว่า 5 ปี ควรพิจารณาให้วัคซีนบาดทะยักชนิด Td เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เนื่องจากสปอร์ของเชื้อบาดทะยักสามารถปนเปื้อนในบาดแผลได้

-สำหรับการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า แม้ผู้ป่วยจะมีแผลระดับต่ำ แต่ควรประเมินความเสี่ยง based on สถานการณ์หลายประการ ได้แก่ สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีผู้รับผิดชอบหรือสัตว์จรจัด พฤติกรรมของสุนัขก่อนกัด สภาพสุนัขในปัจจุบัน และพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค ในกรณีที่สามารถติดตามสุนัขได้ 10 วัน อาจเลื่อนการให้วัคซีนออกไปก่อน

-การให้ยาปฏิชีวนะป้องกันควรพิจารณาในทุกกรณีของบาดแผลสัตว์กัด เนื่องจากมีอัตราการติดเชื้อค่อนข้างสูง ยาที่แนะนำคือ amoxicillin-clavulanate ซึ่งครอบคลุมเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยจากน้ำลายสุนัข สำหรับผู้ป่วยที่แพ้ penicillin อาจใช้ doxycycline หรือ trimethoprim-sulfamethoxazole แทน

-การติดตามสุนัขเป็นระยะเวลา 10 วันมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากสุนัขยังมีชีวิตอยู่และไม่มีอาการผิดปกติหลังจาก 10 วัน แสดงว่าไม่มีการปล่อยไวรัสโรคพิษสุนัขบ้าขณะที่กัด และผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่ำต่อการติดเชื้อ

-ผู้ปกครองควรได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับอาการที่ต้องเฝ้าระวังได้แก่ อาการบวมแดงร้อนมีหนองที่บาดแผล มีไข้ อาการทางระบบประสาทเช่น ความวิตกกังวลผิดปกติ กลัวน้ำ กลัวลม ซึ่งเป็นอาการของโรคพิษสุนัขบ้า

-ในแง่ของสุขภาพจิต เด็กที่ถูกสัตว์กัดอาจมีความกลัวหรือ trauma ต่อสัตว์ จึงควรให้การ support ทางจิตใจและคำแนะนำในการป้องกันการถูกกัดซ้ำการจัดการบาดแผลสัตว์กัดอย่างครบถ้วนรวมถึงการทำแผล การให้ยา การให้วัคซีน และการให้ความรู้ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ


บทความที่เกี่ยวข้อง
เฉลยข้อสอบ MEQ: ภาวะต่อมหมวกไตทำงานน้อย (Adrenal Insufficiency)
เจาะลึกเฉลยข้อสอบ MEQ Adrenal Insufficiency พร้อมแนวคิดการตอบที่ถูกต้อง ครอบคลุมการแยก Primary vs Secondary adrenal insufficiency, การแปลผล ACTH stimulation test (Cosyntropin test), การจัดการ adrenal crisis ฉุกเฉินด้วย hydrocortisone และ IV fluid, การปรับขนาดยาในช่วงเจ็บป่วย (Sick day rules) และการให้คำแนะนำผู้ป่วยเพื่อป้องกันภาวะวิกฤติซ้ำ
ชาย ท้องผูก ปวดหน่วงรอบทวารหนัก และถ่ายอุจจาระมีเลือดออกมา ?
อาการท้องผูก ปวดหน่วงรอบทวารหนัก และถ่ายเป็นเลือดสด ชี้ถึงพยาธิสภาพในบริเวณ ลำไส้ใหญ่ส่วนซ้าย (descending/sigmoid colon) หรือทวารหนัก ซึ่งมีต้นกำเนิดทางเอ็มบริโอล็อกี้มาจาก Hindgut
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้