แชร์

ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง-เบาหวาน ขาบวมทั้งสองข้าง ให้โปรตีนเท่าไหร่?

อัพเดทล่าสุด: 22 ต.ค. 2025
161 ผู้เข้าชม

ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง-เบาหวาน ขาบวมทั้งสองข้าง ให้โปรตีนเท่าไหร่?
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง 2 ปี, เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง 4 ปี น้ำหนักตัว 50 กก., พื้นที่ผิวร่างกาย 1.26 ตร.ม., ขาบวมกดบุ๋มทั้งสองข้าง
A. 10 กรัม
B. 20 กรัม
C. 30 กรัม
D. 40 กรัม
E. 50 กรัม

เฉลย: D. 40g
จากประวัติผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง 2 ปี ร่วมกับโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง 4 ปี มีน้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม พื้นที่ผิวร่างกาย 1.26 ตารางเมตร และมีอาการบวมกดบุ๋มที่ขาทั้งสองข้าง การกำหนดปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมจำเป็นต้องพิจารณาอย่างละเอียดตามหลักการทางโภชนศาสตร์สำหรับโรคไตเรื้อรัง
การวิเคราะห์ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสม:
จากการคำนวณทางโภชนาการ ผู้ป่วยน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ควรได้รับโปรตีนในปริมาณ 40 กรัมต่อวัน ซึ่งสอดคล้องกับข้อ D. 40g
เหตุผลเชิงลึกทางการแพทย์:
1. หลักการให้โปรตีนในโรคไตเรื้อรัง:
โรคไตเรื้อรังทำให้ความสามารถในการกรองของไตลดลง การได้รับโปรตีนมากเกินไปจะเพิ่มภาระการทำงานให้ glomeruli ที่เหลืออยู่ ทำให้เกิดภาวะ hyperfiltration เร่งการเสื่อมของไต ในทางตรงกันข้าม การได้รับโปรตีนน้อยเกินไปอาจนำไปสู่ภาวะทุพโภชนาการและการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ
2. กลไกการป้องกันไตจากการจำกัดโปรตีน:
การจำกัดโปรตีนช่วยลดการสร้าง urea และ other nitrogenous wastes ซึ่งเป็นสารที่ต้องขับผ่านไต ลดการเกิด glomerular hypertension และ hyperfiltration ช่วยลดการหลั่งฮอร์โมน angiotensin II และ endothelin-1 ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดการหดตัวของหลอดเลือดในไตและกระตุ้นการเกิด fibrosis
3. การพิจารณาปัจจัยร่วม:
โรคเบาหวาน: เพิ่มความเสี่ยงต่อ diabetic nephropathy จากการที่ elevated blood sugar ทำให้เกิด advanced glycation end products ซึ่งทำลาย glomerular basement membrane
ความดันโลหิตสูง: เร่งการเสื่อมของไตผ่านการทำให้เกิด hypertensive nephrosclerosis
อาการบวม: บ่งชี้ถึงภาวะไตทำงานไม่เพียงพอในการขับน้ำและโซเดียม มีความสัมพันธ์กับภาวะ hypoalbuminemia และ overload ของของเหลวในร่างกาย
4. การปรับปริมาณโปรตีนตามระยะโรคไต:
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ไม่ต้องการล้างไต (non-dialysis dependent CKD) ควรได้รับโปรตีน 0.6-0.8 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน การเลือกใช้ 0.8 กรัมต่อกิโลกรัม เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ยังมีอาการบวมและต้องการรักษามวลกล้ามเนื้อ
การจัดการโภชนาการอื่นๆ ที่จำเป็น:
-การควบคุมโซเดียม: จำกัดน้อยกว่า 2 กรัมต่อวัน เพื่อลดอาการบวมและควบคุมความดันโลหิต
-การควบคุมโพแทสเซียม: ตามระดับการทำงานของไต หากมีภาวะไตเสื่อมระยะลุกลามจำกัดโพแทสเซียม
-การควบคุมฟอสเฟต: สำคัญในโรคไตเรื้อรังระยะลุกลาม เพื่อป้องกัน renal osteodystrophy
-การให้พลังงานที่เพียงพอ: 25-35 กิโลแคลอรีต่อกิโลกรัมต่อวัน เพื่อป้องกันการสลายโปรตีนจากกล้ามเนื้อ
การติดตามประเมินผล:
ต้องติดตามระดับ serum albumin, prealbumin เพื่อประเมินสภาวะโภชนาการ ตรวจระดับ BUN และ creatinine เพื่อประเมินการทำงานของไต และประเมินอาการบวมอย่างสม่ำเสมอ
ข้อควรระวัง:
การจำกัดโปรตีนต้องทำภายใต้การดูแลของนักโภชนาการหรือแพทย์ เนื่องจากหากจำกัดมากเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะทุพโภชนาการได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อ sarcopenia อยู่แล้ว
โดยสรุป ปริมาณโปรตีน 40 กรัมต่อวัน เป็นค่าที่เหมาะสมตามหลักฐานทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีน้ำหนัก 50 กิโลกรัม และมีภาวะ comorbidity อื่นๆ ร่วมด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง
อาการนอนไม่หลับ น้ำตาไหล หาวบ่อย คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสียเกิดจาก?
หญิงอายุ 25 ปี มาด้วยอาการนอนไม่หลับ นํ้าตาไหล หาวบ่อย คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย เกิดจากข้อใด?
อาการซีดในไตวายเกิดจาก?
หญิงอายุ 60 ปี เป็นไตวายเรื้อรัง ตัวบวม กดบุ๋ม ซีด อาการซีดนี้ เกิดจากอะไร?
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้