แชร์

การตรวจวินิจฉัยการบาดเจ็บหลอดเลือดแดงจากกระสุนปืน?

อัพเดทล่าสุด: 1 ธ.ค. 2025
108 ผู้เข้าชม

ผู้ป่วยชายอายุ 28 ปี บาดเจ็บจากกระสุนปืนที่แขนขวาการตรวจร่างกาย: รู้สึกตัวดี ตอบสนองดี ความดันโลหิต 130/80 mmHg แขนขวา: มีแผลกระจายขนาด 8 ซม. ที่แขนและไหล่ คลำชีพจรที่ข้อมือ (ulnar และ radial) ไม่ได้ การตรวจสืบค้นที่เหมาะสมคืออะไร?
ก. CT angiography ของแขนขวา
ข. MRI แขนขวา
ค. Conventional angiography
ง. X-ray แขนและไหล่
จ. Ultrasound Doppler ทั่วไป

เฉลย: ก. CT angiography ของแขนขวา

เหตุผล:ภาวะฉุกเฉินทางหลอดเลือด: อาการคลำชีพจรที่ข้อมือไม่ได้หลังบาดเจ็บรุนแรง เป็น "hard sign" ของการบาดเจ็บที่หลอดเลือดแดง (arterial injury) ซึ่งต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันภาวะแขนขาดเลือดถาวร
CT angiography (CTA) เป็นการตรวจที่มีความไวและความจำเพาะสูง (>90%) สำหรับการบาดเจ็บของหลอดเลือด ใช้เวลารวดเร็ว (ไม่กี่นาที) และสามารถเห็นภาพหลอดเลือดแบบ 3 มิติ รวมถึงเห็นความสัมพันธ์กับกระดูก เนื้อเยื่อ และตำแหน่งของเศษกระสุนเหมาะกับสถานการณ์ฉุกเฉิน: CTA ทำได้เร็วในห้องฉุกเฉิน ช่วยวางแผนการผ่าตัดได้ทันท่วงที (Golden period ของการบาดเจ็บหลอดเลือดมักอยู่ที่ 4-6 ชั่วโมง)
เปรียบเทียบกับตัวเลือกอื่น:
ข. MRI: ใช้เวลานานกว่า และมักไม่ใช่การตรวจลำดับแรกในภาวะฉุกเฉิน อาจมีข้อห้ามหากมีเศษโลหะหรือไม่มั่นใจในชนิดของกระสุน
ค. Conventional angiography: ถือเป็น gold standard แต่เป็นการตรวจแบบ invasive ใช้เวลามากกว่า และมักใช้เมื่อ CTA ไม่ชัดเจนหรือเพื่อการรักษา (เช่น การอุดหลอดเลือด)
ง. X-ray: จำเป็นต้องทำเพื่อดูการหักของกระดูกหรือตำแหน่งเศษกระสุน แต่ไม่สามารถประเมินการบาดเจ็บของหลอดเลือดได้ จึงไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจรักษาในกรณีนี้
จ. Ultrasound Doppler: มีประโยชน์สำหรับการตรวจหา arterial flow และทำได้เร็ว แต่มีข้อจำกัดในผู้ป่วยบาดเจ็บรุนแรง เช่น บวมมาก แผลเปิด อาจให้ผลลบลวง (false negative) ได้ และขึ้นกับทักษะของผู้ทำการตรวจ CTA ให้ข้อมูลที่ครอบคลุมและเชื่อถือได้มากกว่าในฐานะการตรวจแรก
สรุป: ในผู้ป่วยที่มี hard sign ของการบาดเจ็บหลอดเลือดแดงหลังบาดเจ็บจากกระสุนปืน CT angiography เป็นการตรวจสืบค้นที่เหมาะสมและรวดเร็วที่สุดในปัจจุบัน เพื่อยืนยันการวินิจฉัย ระบุตำแหน่งและลักษณะการบาดเจ็บ และวางแผนการผ่าตัดซ่อมแซมหลอดเลือดอย่างเร่งด่วน
จากการประเมินผู้ป่วยชายอายุ 28 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนที่แขนขวา โดยมีการตรวจพบแผลกระจายขนาด 8 เซนติเมตรที่บริเวณแขนและไหล่ร่วมกับการคลำไม่พบชีพจรที่เส้นเลือดแดงอัลนาร์และเรเดียล ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะขาดเลือดที่รุนแรงของแขนข้างนั้น สถานการณ์นี้จัดเป็นภาวะฉุกเฉินทางศัลยกรรมหลอดเลือดที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเร่งด่วน
กลไกการบาดเจ็บจากกระสุนปืนประกอบด้วยผลกระทบหลายระดับ ได้แก่ ผลโดยตรงจากกระสุนที่ทำลายเนื้อเยื่อตามทางผ่าน ผลจากการกระแทกที่ทำให้เกิดคลื่นความดันทำลายเนื้อเยื่อโดยรอบ และผลจากการสร้างช่องว่างชั่วคราวที่ดึงเนื้อเยื่อข้างเคียงออกจากกัน การบาดเจ็บของหลอดเลือดแดงอาจเกิดจากการถูกตัดขาดโดยตรง การถูกกดทับจากเลือดคั่งหรือบวมของเนื้อเยื่อรอบข้าง หรือการหักของกระดูกที่ไปกดทับหลอดเลือด
การตรวจสืบค้นที่เหมาะสมและควรทำเป็นลำดับแรกคือการตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดแบบดอปเปลอร์ วิธีการนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการไหลเวียนเลือดในหลอดเลือดแดงหลักที่แขน including เส้นเลือดแดงเบรคิอัล เรเดียล และอัลนาร์ สามารถประเมินความเร็วและรูปแบบของการไหลเวียนเลือด รวมถึงระบุตำแหน่งที่เกิดการอุดตันหรือการบาดเจ็บของหลอดเลือด
หากการตรวจอัลตราซาวนด์ดอปเปลอร์ไม่ชัดเจนหรือต้องการข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้น ควรพิจารณาการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหรือซีทีแองจิโอกราฟี การตรวจนี้ให้ภาพสามมิติของหลอดเลือดทั้งหมดที่แขน สามารถแสดงตำแหน่งที่แน่นอนของการบาดเจ็บ ขนาดและขอบเขตของหลอดเลือดที่เสียหาย และความสัมพันธ์กับโครงสร้างรอบข้างเช่น กระดูก เส้นประสาท และกล้ามเนื้อ
ในบางสถานการณ์อาจจำเป็นต้องทำการตรวจสวนหลอดเลือดแดงหรือคอนเวนชันนัลแองจิโอกราฟี ซึ่งนอกจากจะช่วยวินิจฉัยแล้วยังสามารถให้การรักษาเบื้องต้นเช่น การอุดหลอดเลือดที่เลือดออก หรือการขยายหลอดเลือดที่ตีบได้ในเวลาเดียวกัน
นอกจากการประเมินระบบหลอดเลือดแล้ว ควรส่งตรวจเอกซเรย์แขนเพื่อดูว่ามีกระดูกหักหรือเศษกระสุนค้างอยู่หรือไม่ เนื่องจากกระดูกหักอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่กดทับหลอดเลือด หรือต้องการการรักษาร่วมกับการซ่อมแซมหลอดเลือด
การตรวจระบบประสาทมีความสำคัญเนื่องจากเส้นประสาทอัลนาร์และมีเดียนที่อยู่ใกล้เคียงอาจได้รับบาดเจ็บร่วมด้วย ควรประเมินความรู้สึกและกำลังกล้ามเนื้อที่มือและนิ้ว เพื่อวางแผนการรักษาและพยากรณ์การฟื้นตัวของหน้าที่การทำงาน
ระหว่างรอการตรวจเพิ่มเติม ควรให้การดูแลเบื้องต้นการทำความสะอาดแผลและปิดด้วยผ้าสะอาด การให้ยาปฏิชีวนะชนิดครอบคลุมเชื้อเพื่อป้องกันการติดเชื้อ การให้วัคซีนป้องกันบาดทะยักหากจำเป็น และการประเมินสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิด
เวลาที่แขนขาดเลือดมีผลอย่างมากต่อการพยากรณ์โรค โดยทั่วไปหากขาดเลือดนานกว่า 6 ชั่วโมง โอกาสที่เนื้อเยื่อจะฟื้นตัวเต็มที่จะลดลงอย่างมาก ดังนั้นความรวดเร็วในการส่งต่อเพื่อการรักษาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
การรักษาหลักประกอบด้วยการผ่าตัดเพื่อซ่อมแซมหลอดเลือดที่บาดเจ็บ โดยอาจทำการตัดส่วนที่เสียหายออกแล้วต่อหลอดเลือดใหม่ หรือใช้เส้นเลือดจากตำแหน่งอื่นมาแทนที่ รวมถึงการตัดเนื้อเยื่อที่ตายแล้วออกเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
หลังการผ่าตัดต้องติดตามการไหลเวียนเลือดที่แขนอย่างใกล้ชิด ดูแลแผลผ่าตัด และเริ่มกายภาพบำบัดตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อฟื้นฟูการทำงานของแขนและมือ


บทความที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Kidney Injury (AKI) ตัวอย่างโจทย์ภาวะไตวายเฉียบพลัน ครอบคลุมการแยกสาเหตุ pre-renal, intra-renal, post-renal, การแปลผล urine electrolytes และ fractional excretion of sodium (FENa), การให้ fluid resuscitation, การปรับขนาดยาตาม eGFR, และข้อบ่งชี้ในการฟอกเลือดด่วน
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Decompensated Heart Failure)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Decompensated Heart Failure ตัวอย่างโจทย์ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ครอบคลุมการประเมิน volume overload vs low perfusion, การให้ยาขับปัสสาวะ Furosemide, การปรับยาในผู้ป่วย hypotensive, การให้ inotropes และ vasodilator อย่างเหมาะสม รวมถึงการให้คำแนะนำผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Thyrotoxicosis)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Thyrotoxicosis ตัวอย่างโจทย์ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ตั้งแต่การซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อแยกสาเหตุ, การแปลผล thyroid function test, การเลือกใช้ยา methimazole, PTU, beta-blocker, และการจัดการภาวะ thyroid storm ที่รุนแรง เหมาะสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ