แชร์

หญิงอายุ 30 ปี ตั้งครรภ์ไตรมาสแรก มีอาการคลื่นไส้อาเจียนตรวจ thyriod hormone พบ thyroxine สูงขึ้น ฮอร์โมนใดทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนมาก และ thyroxine สูงขึ้น?

อัพเดทล่าสุด: 12 ธ.ค. 2025
98 ผู้เข้าชม

หญิงอายุ 30 ปี ตั้งครรภ์ไตรมาสแรก มีอาการคลื่นไส้อาเจียนมาก ตรวจ thyriod hormone พบ thyroxine สูงขึ้น ฮอร์โมนใดทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนมาก และทำให้ระดับ thyroxine สูงขึ้น?

A. Estrogen

B. progesterone

C. beta-hCG

D. thyroid stimulating hormone

E. serotonin

คำตอบ: C. beta-hCG
เหตุผล:
ในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ ภาวะคลื่นไส้อาเจียนมาก (hyperemesis gravidarum) และภาวะ thyroxine สูงขึ้นเกิดจากกลไกเดียวกันคือ beta-hCG ที่สูงขึ้นมาก
beta-hCG มีโครงสร้างบางส่วนคล้ายกับ TSH (thyroid-stimulating hormone) จึงสามารถจับกับ TSH receptor ที่ต่อมไทรอยด์ได้บ้าง กระตุ้นการสร้างและหลั่ง thyroxine (T4)  ทำให้มีภาวะ gestational transient thyrotoxicosis (T4 สูง, TSH ต่ำ) ซึ่งเป็นภาวะชั่วคราว
สาเหตุที่ beta-hCG ทำให้คลื่นไส้อาเจียนมาก: เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการกระตุ้น TSH receptor หรือส่งผลต่อระบบประสาทและทางเดินอาหาร
ตัวเลือกอื่นไม่ตรงที่สุด:
A. Estrogen  อาจทำให้คลื่นไส้ได้บ้าง แต่ไม่ได้กระตุ้น T4 โดยตรง
B. Progesterone  ทำให้กล้ามเนื้อคลาย อาจทำให้กรดไหลย้อนหรือคลื่นไส้ได้ แต่ไม่เกี่ยวกับ T4 สูง
D. Thyroid stimulating hormone  ถ้า TSH สูงจากต่อมไทรอยด์เองจะทำให้ T4 สูงได้ แต่ในหญิงตั้งครรภ์ TSH มักต่ำเพราะ beta-hCG กระตุ้นแทน
E. Serotonin  อาจเกี่ยวกับอาการคลื่นไส้ แต่ไม่ใช่ฮอร์โมนหลักและไม่ทำให้ T4 สูงในภาวะนี้
สรุป:
ฮอร์โมนเดียวที่ทำให้ทั้งคลื่นไส้อาเจียนมาก และ thyroxine สูงขึ้นในหญิงตั้งครรภ์ไตรมาสแรกคือ beta-hCG


บทความที่เกี่ยวข้อง
ชายอายุ 25 ปี ท้องผูก ไม่มีถ่ายเป็นเลือด มีติ่งที่ dentate line รักษาอย่างไร?
ชายอายุ 25 ปี มาด้วยอาการท้องผูกเรื้อรัง ตรวจพบติ่งเนื้อที่ตำแหน่ง Dentate Line ไม่ข้ามมาที่ Anal Sphincter ตรวจอื่นปกติหมด ลักษณะนี้สอดคล้องกับ ริดสีดวงทวารภายใน (Internal Hemorrhoid) ระยะ 1-2 การรักษาเริ่มต้นที่ การปรับพฤติกรรมการขับถ่าย กากใยอาหาร ดื่มน้ำเพียงพอ หลีกเลี่ยงการเบ่ง ร่วมกับยาเหน็บหรือยาทา หากอาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณา Rubber Band Ligation, Sclerotherapy, หรือการใช้เครื่องมือจี้ด้วยความร้อน (Infrared Coagulation)
2.อดอาหารเพื่อตรวจสุขภาพ.. รักษาระดับน้ำตาลในเลือด?
Glycogenolysis เป็นกลไกหลัก ที่ร่างกายใช้รักษาระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร 8-12 ชั่วโมง โดยสลายไกลโคเจนสำรองในตับ กระบวนการนี้สำคัญมากสำหรับผู้ที่ต้องอดอาหารตรวจเลือด ช่วยให้ร่างกายทำงานปกติแม้ไม่มีอาหารใหม่เข้า
ความผิดปกติที่ Splanchnopleura ส่งผลต่อระบบใดในร่างกาย?
Splanchnopleura เป็นส่วนหนึ่งของ Mesoderm ที่พัฒนาไปเป็นอวัยวะสำคัญ หากมีความผิดปกติในขั้นตอนนี้ จะส่งผลโดยตรงต่อการก่อตัวของ ระบบทางเดินอาหาร (ลำไส้), ระบบทางเดินหายใจ (ปอด), และระบบหัวใจหลอดเลือด (เยื่อบุหัวใจ) รวมถึงอวัยวะในช่องท้องต่างๆ ศึกษาที่มาของความพิการแต่กำเนิดในระบบเหล่านี้
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้