แชร์

เด็กชายปวดศีรษะมา5เดือน มีอาเจียนร่วมด้วย ตรวจร่างกายพบ papiliademia และ bitemporal hemianopia พยาธิสภาพอยู่ที่ใด?

11 ผู้เข้าชม

เด็กชายอายุ10ปี ปวดศีรษะมา5เดือน อาการมากตอนเช้า มีอาเจียนร่วมด้วย ตรวจร่างกายพบ papiliademia และ bitemporal hemianopia พยาธิสภาพอยู่ที่ใด?

A. Optic tract

B. Optic nerve

C. Optic chiasma

D. Primary visual cortex

E. Lateral geniculate nucleus

คำตอบ: C. Optic chiasma
เหตุผลและวิเคราะห์อาการ:
อาการนำและประวัติ:
เด็กชายอายุ 10 ปี
ปวดศีรษะมา 5 เดือน (ปวดเรื้อรัง)
อาการมากตอนเช้า (Morning headache) และมีอาเจียน  ชี้ไปที่ภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูง (Increased intracranial pressure - ICP)
ตรวจร่างกายพบ Papilledema  ยืนยันภาวะความดันในกะโหลกสูง
อาการสำคัญที่เฉพาะเจาะจง:
Bitemporal hemianopia  คือการสูญเสียลานสายภาพครึ่งนอกทั้งสองข้าง (ด้านขมับ หรือ temporal visual field) ของตาทั้งสองข้าง
การมองเห็นลักษณะนี้เกิดจากการถูกทำลายที่ เส้นใยประสาทตาที่อยู่ใน Optic chiasma พอดี
การแปลความหมายของพยาธิสภาพ:
Optic chiasma (จุดประสาทตาขาว) เป็นตำแหน่งที่ใยประสาทจากจอประสาทตาด้านจมูก (nasal retina) ซึ่งรับภาพจากลานสายตาด้านขมับ (temporal visual field) ข้ามมาอีกข้างหนึ่ง
เมื่อมีพยาธิสภาพมากดทับตรงกลางของ optic chiasma  ใยประสาทที่ข้ามกลาง (nasal retinal fibers) ทั้งสองข้างถูกทำลาย  ส่งผลให้สูญเสียลานสายตาด้านขมับทั้งสองตา  Bitemporal hemianopia
ในเด็กอายุ 10 ปี ที่มีอาการปวดหัวและความดันในกะโหลกสูงร่วมกับ bitemporal hemianopia มักบ่งชี้ว่า มีเนื้องอกในสมองบริเวณใต้สมอง (Sellar/suprasellar region)
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มเด็กนี้ คือ Craniopharyngioma
เนื้องอกนี้อยู่เหนือต่อมใต้สมอง (Pituitary gland) และมักจะกดทับส่วนกลางของ optic chiasma
ทำไมข้ออื่นไม่ถูก:
A. Optic tract: การทำลายที่ optic tract จะทำให้เกิด Contralateral homonymous hemianopia (สูญเสียลานสายตาข้างเดียวกันทั้งตา เช่น กดทับ left optic tract สูญเสียลานสายตาด้านขวาของตาทั้งสองข้าง) ไม่ใช่ bitemporal hemianopia
B. Optic nerve: การทำลายที่เส้นประสาทตาข้างใดข้างหนึ่ง จะทำให้สูญเสียการมองเห็นทั้งหมด (monocular blindness) หรือสูญเสียลานสายตาเฉพาะตาข้างนั้น ไม่ใช่ bitemporal pattern
D. Primary visual cortex (บริเวณ Brodmann area 17 ที่ Occipital lobe): การทำลายที่ visual cortex จะทำให้เกิด contralateral homonymous hemianopia with macular sparing แต่ไม่ใช่ bitemporal
E. Lateral geniculate nucleus (LGN): การทำลายที่ LGN ก็จะทำให้เกิด homonymous hemianopia เช่นกัน แต่มักมีรูปแบบเฉพาะ (เช่น แบบ wedge-shaped) และพบได้น้อยมากในเด็ก
สรุป:
อาการ bitemporal hemianopia เป็น ลักษณะเฉพาะ (pathognomonic) ของพยาธิสภาพที่ optic chiasma โดยเฉพาะบริเวณส่วนกลาง (midline) เมื่อร่วมกับอาการของภาวะความดันในกะโหลกสูง (ปวดหัวตอนเช้า อาเจียน Papilledema) ในเด็กวัยนี้ จึงทำให้วินิจฉัยได้ชัดเจนว่าเป็น เนื้องอกบริเวณ sellar/suprasellar region ที่กดทับ optic chiasma


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy