ผู้สูงอายุ 60 ปี ซีด MCV ต่ำ ตรวจอุจจาระไม่พบเลือด ทำอะไรต่อ?
8 ผู้เข้าชม

ผู้สูงอายุ 60 ปี ซีด MCV ต่ำ ตรวจอุจจาระไม่พบเลือด ทำอะไรต่อ?
ผู้ป่วยอายุ 60 ปี มีภาวะซีด ตรวจร่างกายพบว่าซีด มีค่า MCV 70 ทำการตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ (guaiac based test) ได้ผลลบ
1 การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนและส่วนล่าง
2 การตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ 3 ครั้ง
3 การตรวจความสมบูรณ์ของเลือดและระดับเฟอร์ริติน
ตอบ 3. การตรวจความสมบูรณ์ของเลือดและระดับเฟอร์ริติน
จากการประเมินผู้ป่วยอายุ 60 ปี ที่มีภาวะซีดและมีค่า MCV 70 ซึ่งจัดเป็นภาวะซีดแบบ microcytic anemia ร่วมกับผลการตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระแบบ guaiac test ให้ผลลบ สถานการณ์นี้จำเป็นต้องมีการตรวจเพิ่มเติมอย่างเป็นระบบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของภาวะซีด
ภาวะซีดแบบ microcytic anemia ในผู้สูงอายุมักมีสาเหตุสำคัญหลักๆ ได้แก่ ภาวะขาดธาตุเหล็ก การสร้างฮีโมโกลบินผิดปกติเช่น thalassemia ภาวะ anemia of chronic disease และสาเหตุอื่นๆ ที่พบได้น้อยกว่า การที่ผล guaiac test ให้ผลลบช่วยลดความน่าจะเป็นของภาวะเลือดออกเรื้อรังในทางเดินอาหารลง แต่ไม่สามารถตัดออกได้ entirely เนื่องจากความไวของ guaiac test ที่ไม่สูงมากและอาจให้ผลลบปลอมได้หากไม่มีเลือดออกอย่างต่อเนื่อง
ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยที่ควรทำต่อไปได้แก่ การส่งตรวจเลือดเพิ่มเติมเพื่อแยกแยะสาเหตุต่างๆ ของ microcytic anemia การตรวจ CBC ร่วมกับ peripheral blood smear จะช่วยประเมินรูปร่างและขนาดของเม็ดเลือดแดงอย่างละเอียด การตรวจ iron studies ซึ่งประกอบด้วย serum iron, total iron binding capacity, transferrin saturation และ ferritin จะช่วยแยกระหว่างภาวะขาดเหล็กและ anemia of chronic disease ได้อย่างชัดเจน
ในผู้ป่วยอายุ 60 ปี แม้ว่าผล guaiac test จะลบ แต่ยังคงต้องพิจารณาตรวจทางเดินอาหารส่วนบนและส่วนล่าง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อโรคมะเร็งทางเดินอาหาร การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนและส่องกล้องลำไส้ใหญ่เป็นวิธีการตรวจที่ได้มาตรฐานและแนะนำให้ทำในผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะซีดแบบ microcytic แม้จะไม่มีเลือดออกให้เห็นชัดเจนก็ตาม
การตรวจฮีโมโกลบิน electrophoresis อาจพิจารณาในกรณีที่สงสัย thalassemia โดยเฉพาะในประชากรเอเชียที่พบโรคนี้ได้บ่อย การตรวจระดับ lead ในเลือดอาจจำเป็นในกรณีที่สงสัยภาวะพิษจากสารตะกั่วซึ่งสามารถทำให้เกิด microcytic anemia ได้
ระหว่างรอผลการตรวจเพิ่มเติม ควรซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับอาการอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น อาการเสียเลือดเรื้อรัง อาการของโรคเรื้อรังต่างๆ การใช้ยาเป็นประจำ ประวัติครอบครัวเกี่ยวกับโรคเลือด และประวัติการสัมผัสสารพิษ
การจัดการผู้ป่วยรายนี้ต้องอาศัยแนวทางแบบขั้นตอน เริ่มจากการตรวจเลือดพื้นฐานเพื่อยืนยันลักษณะของภาวะซีด ตามด้วยการตรวจหาสาเหตุเฉพาะ และสุดท้ายคือการตรวจหามะเร็งทางเดินอาหารแม้จะไม่มีอาการชัดเจนก็ตาม เนื่องจากการตรวจคัดกรองมะเร็งทางเดินอาหารในผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะซีดแบบไม่ทราบสาเหตุมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพบโรคในระยะเริ่มต้น
โดยสรุป แนวทางการจัดการผู้ป่วยรายนี้ประกอบด้วยการส่งตรวจเลือดเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของ microcytic anemia การส่องกล้องทางเดินอาหารทั้งส่วนบนและส่วนล่างแม้ผล guaiac test จะลบ และการรักษาตามสาเหตุที่พบ การดำเนินการอย่างเป็นระบบและครบถ้วนจะช่วยให้ได้การวินิจฉัยที่ถูกต้องและให้การรักษาที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วย
ผู้ป่วยอายุ 60 ปี มีภาวะซีด ตรวจร่างกายพบว่าซีด มีค่า MCV 70 ทำการตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ (guaiac based test) ได้ผลลบ
1 การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนและส่วนล่าง
2 การตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ 3 ครั้ง
3 การตรวจความสมบูรณ์ของเลือดและระดับเฟอร์ริติน
ตอบ 3. การตรวจความสมบูรณ์ของเลือดและระดับเฟอร์ริติน
จากการประเมินผู้ป่วยอายุ 60 ปี ที่มีภาวะซีดและมีค่า MCV 70 ซึ่งจัดเป็นภาวะซีดแบบ microcytic anemia ร่วมกับผลการตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระแบบ guaiac test ให้ผลลบ สถานการณ์นี้จำเป็นต้องมีการตรวจเพิ่มเติมอย่างเป็นระบบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของภาวะซีด
ภาวะซีดแบบ microcytic anemia ในผู้สูงอายุมักมีสาเหตุสำคัญหลักๆ ได้แก่ ภาวะขาดธาตุเหล็ก การสร้างฮีโมโกลบินผิดปกติเช่น thalassemia ภาวะ anemia of chronic disease และสาเหตุอื่นๆ ที่พบได้น้อยกว่า การที่ผล guaiac test ให้ผลลบช่วยลดความน่าจะเป็นของภาวะเลือดออกเรื้อรังในทางเดินอาหารลง แต่ไม่สามารถตัดออกได้ entirely เนื่องจากความไวของ guaiac test ที่ไม่สูงมากและอาจให้ผลลบปลอมได้หากไม่มีเลือดออกอย่างต่อเนื่อง
ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยที่ควรทำต่อไปได้แก่ การส่งตรวจเลือดเพิ่มเติมเพื่อแยกแยะสาเหตุต่างๆ ของ microcytic anemia การตรวจ CBC ร่วมกับ peripheral blood smear จะช่วยประเมินรูปร่างและขนาดของเม็ดเลือดแดงอย่างละเอียด การตรวจ iron studies ซึ่งประกอบด้วย serum iron, total iron binding capacity, transferrin saturation และ ferritin จะช่วยแยกระหว่างภาวะขาดเหล็กและ anemia of chronic disease ได้อย่างชัดเจน
ในผู้ป่วยอายุ 60 ปี แม้ว่าผล guaiac test จะลบ แต่ยังคงต้องพิจารณาตรวจทางเดินอาหารส่วนบนและส่วนล่าง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อโรคมะเร็งทางเดินอาหาร การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนและส่องกล้องลำไส้ใหญ่เป็นวิธีการตรวจที่ได้มาตรฐานและแนะนำให้ทำในผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะซีดแบบ microcytic แม้จะไม่มีเลือดออกให้เห็นชัดเจนก็ตาม
การตรวจฮีโมโกลบิน electrophoresis อาจพิจารณาในกรณีที่สงสัย thalassemia โดยเฉพาะในประชากรเอเชียที่พบโรคนี้ได้บ่อย การตรวจระดับ lead ในเลือดอาจจำเป็นในกรณีที่สงสัยภาวะพิษจากสารตะกั่วซึ่งสามารถทำให้เกิด microcytic anemia ได้
ระหว่างรอผลการตรวจเพิ่มเติม ควรซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับอาการอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น อาการเสียเลือดเรื้อรัง อาการของโรคเรื้อรังต่างๆ การใช้ยาเป็นประจำ ประวัติครอบครัวเกี่ยวกับโรคเลือด และประวัติการสัมผัสสารพิษ
การจัดการผู้ป่วยรายนี้ต้องอาศัยแนวทางแบบขั้นตอน เริ่มจากการตรวจเลือดพื้นฐานเพื่อยืนยันลักษณะของภาวะซีด ตามด้วยการตรวจหาสาเหตุเฉพาะ และสุดท้ายคือการตรวจหามะเร็งทางเดินอาหารแม้จะไม่มีอาการชัดเจนก็ตาม เนื่องจากการตรวจคัดกรองมะเร็งทางเดินอาหารในผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะซีดแบบไม่ทราบสาเหตุมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพบโรคในระยะเริ่มต้น
โดยสรุป แนวทางการจัดการผู้ป่วยรายนี้ประกอบด้วยการส่งตรวจเลือดเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของ microcytic anemia การส่องกล้องทางเดินอาหารทั้งส่วนบนและส่วนล่างแม้ผล guaiac test จะลบ และการรักษาตามสาเหตุที่พบ การดำเนินการอย่างเป็นระบบและครบถ้วนจะช่วยให้ได้การวินิจฉัยที่ถูกต้องและให้การรักษาที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วย


