หญิงมี petechiae ตามมือและแขน CBC: ปกติ Paltelet 185000 จะส่งตรวจอะไรเพื่อวินิจฉัย?

หญิงมี petechiae ตามมือและแขน CBC: ปกติ Paltelet 185000 จะส่งตรวจอะไรเพื่อวินิจฉัย?
A. Hb typing
B. Coombs’ test
C. Cytogenetic test
D. Antinuclear antibody
คำตอบที่ถูกต้องคือ D. Antinuclear antibody (ANA)
เหตุผลโดยละเอียด
อาการสำคัญ: ผู้ป่วยมีจุดเลือดออกเล็กๆ (petechiae) ตามมือและแขน ซึ่งบ่งชี้ถึงความผิดปกติของการหยุดเลือดที่ระดับ หลอดเลือดหรือเกล็ดเลือด
ผลการตรวจ CBC: ปกติทั้งหมด รวมถึง จำนวนเกล็ดเลือด (Platelet 185,000/µL) ซึ่งอยู่ในช่วงปกติ (ปกติ 150,000 - 450,000/µL)
การตีความ: เมื่อมีเลือดออกแต่จำนวนเกล็ดเลือดปกติ สาเหตุหลักๆ ที่น่าคิดคือ
ความผิดปกติของการทำงานของเกล็ดเลือด (Platelet function disorder)
ความผิดปกติของหลอดเลือด (Vascular disorder)
ความผิดปกติของปัจจัยการแข็งตัวของเลือด (Coagulation factor disorder) ซึ่งมักแสดงเป็นจ้ำเลือด (ecchymosis) มากกว่า petechiae
จากตัวเลือกที่มี Antinuclear antibody (ANA) เป็นการตรวจที่เหมาะสมที่สุดในเบื้องต้น เนื่องจาก:
Petechiae จากความผิดปกติของหลอดเลือด มักสัมพันธ์กับภาวะ โรคหลอดเลือดอักเสบ (Vasculitis) หรือ โรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connective tissue disease) โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์
การตรวจ ANA เป็นการตรวจคัดกรองโรคภูมิต้านตนเอง (Autoimmune disease) ที่สำคัญ เช่น Systemic Lupus Erythematosus (SLE) ซึ่งหนึ่งในอาการแสดงทางผิวหนังที่พบบ่อยคือจุดเลือดออกหรือผื่นชนิดต่างๆ และอาจเกิดร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำได้ (แม้กรณีนี้เกล็ดเลือดปกติ) หรือโรคอื่นๆ เช่น Dermatomyositis, Scleroderma ที่อาจทำให้เกิดความผิดปกติของหลอดเลือดฝอยได้
สาเหตุอื่นๆ เช่น ITP (เกล็ดเลือดจะต่ำ), โรคเลือดอื่นๆ (มักมี CBC ผิดปกติ), หรือโรคทางพันธุกรรม (เช่น von Willebrand disease) ก็เป็นได้ แต่เมื่อดูจากตัวเลือกแล้ว ANA เป็นการตรวจที่มีความเหมาะสมกับกลุ่มอาการที่อาจเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง
อธิบายแต่ละตัวเลือก:
A. Hb typing (การตรวจชนิดฮีโมโกลบิน)
ไม่ถูกต้อง: ใช้เพื่อวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของฮีโมโกลบิน เช่น โรคธาลัสซีเมีย หรือโรคเคียวเซลล์ ซึ่งอาการแสดงหลักมักเป็น ภาวะโลหิตจาง (CBC จะผิดปกติ) ไม่ใช่ petechiae ที่เกล็ดเลือดปกติ
B. Coombs’ test
ไม่ถูกต้อง: ใช้ตรวจหาแอนติบอดีที่เกาะกับเม็ดเลือดแดง แบ่งเป็น
Direct Coombs’ test (DAT): วินิจฉัยภาวะเม็ดเลือดแดงแตกจากภูมิคุ้มกัน (Autoimmune hemolytic anemia)
Indirect Coombs’ test (IAT): ตรวจหาแอนติบอดีในเลือดผู้ป่วยก่อนให้เลือด
ข้อเสีย: การตรวจนี้เกี่ยวข้องกับ เม็ดเลือดแดง และภาวะโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก มักไม่เกี่ยวข้องกับ petechiae ที่มีเกล็ดเลือดปกติ
C. Cytogenetic test (การตรวจพันธุศาสตร์ระดับโครโมโซม)
ไม่ถูกต้อง: ใช้เพื่อวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมหรือมะเร็งเม็ดเลือดบางชนิด (เช่น CML, AML) ที่มีการกลายพันธุ์ของโครโมโซม มักพบความผิดปกติของเม็ดเลือดใน CBC (เช่น เม็ดเลือดขาวสูงมาก หรือมีเซลล์ตัวอ่อน) ไม่ใช่อาการนำแรกเริ่มเป็น petechiae โดยที่ CBC ปกติ
D. Antinuclear antibody (ANA)
ถูกต้อง: เป็นการตรวจที่เหมาะสมที่สุดในตัวเลือกนี้สำหรับผู้ป่วย หญิง ที่มี petechiae โดยที่ จำนวนเกล็ดเลือดปกติ เนื่องจากสงสัยสาเหตุจาก โรคภูมิต้านตนเองที่ทำให้เกิดความผิดปกติของหลอดเลือด เช่น SLE, vasculitis การตรวจนี้จะช่วยยืนยันหรือตัดออก และนำไปสู่การวินิจฉัยที่ถูกต้อง
สรุป: เมื่อพบผู้ป่วยหญิงที่มี petechiae แต่จำนวนเกล็ดเลือดปกติ ต้องนึกถึงสาเหตุจากความผิดปกติของหลอดเลือด (vascular fragility) หรือการทำงานของเกล็ดเลือด โดยโรคภูมิต้านตนเอง/โรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพันเป็นสาเหตุสำคัญ การตรวจ ANA จึงเป็นขั้นตอนต่อไปที่สมเหตุสมผลเพื่อหาสาเหตุ


