แชร์

หญิง เป็น SLE รักษาด้วย chloroquine... ต้องติดตามเฝ้าระวังค่าใดซึ่งเป็นผลข้างเคียง?

อัพเดทล่าสุด: 22 ม.ค. 2026
143 ผู้เข้าชม

หญิงอายุ 24 ปี เป็น SLE รักษาด้วย chloroquine ต้องติดตามเฝ้าระวังค่าใดซึ่งเป็นผลข้างเคียง?

A. Chest x-ray

B. Creatinine

C. CBC

D. Eye ground

E. Liver function test

คำตอบที่ถูกต้องคือ D. Eye ground (หรือ Fundoscopy/การตรวจตาด้านใน)
เหตุผลโดยละเอียด
ยา Chloroquine (และ Hydroxychloroquine) เป็นยาที่ใช้รักษาโรค SLE (Systemic Lupus Erythematosus) และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
ผลข้างเคียงที่สำคัญและเป็นปัญหาเรื้อรัง ของการใช้ Chloroquine/Hydroxychloroquine เป็นเวลานาน (โดยเฉพาะเกิน 5 ปี หรือใช้ในขนาดสูง) คือ ความเป็นพิษต่อตา (Ocular Toxicity) โดยเฉพาะต่อเรตินา (Retina)
กลไก: ยาสะสมในเนื้อเยื่อเรตินา และอาจทำให้เกิด Retinopathy ซึ่งเป็นภาวะที่จอตาเสียหายอย่างถาวร โดยเริ่มจากบริเวณแมคูลา (Macula) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการมองเห็น ส่งผลให้การมองเห็นลดลง เห็นจุดบอดกลางภาพ (central scotoma) หรือตาบอดได้
การเฝ้าระวัง: ผู้ป่วยที่ได้รับ Chloroquine/Hydroxychloroquine จำเป็นต้อง ได้รับการตรวจตาอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะ การตรวจตาด้านใน (Fundoscopic examination หรือ Eye ground) และอาจรวมถึงการตรวจพิเศษเช่น Visual field test (ตรวจลานสายตา) และ Optical coherence tomography (OCT) เพื่อคัดกรองและตรวจพบความผิดปกติของเรตินาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
อธิบายแต่ละตัวเลือก:
A. Chest x-ray
ไม่ถูกต้อง: ไม่ใช่การตรวจติดตามผลข้างเคียงหลักของ Chloroquine ผลข้างเคียงของ Chloroquine ที่เกี่ยวกับปอดพบได้น้อยมาก (เช่น อาการไอเรื้อรัง) ไม่ใช่สิ่งที่ต้องตรวจติดตามเป็นหลัก
B. Creatinine
ไม่ถูกต้อง: ใช้ตรวจการทำงานของไต โรค SLE เองอาจทำให้ไตอักเสบได้ จึงอาจต้องตรวจเป็นระยะ แต่ ไม่ใช่ ผลข้างเคียงโดยตรงจากยา Chloroquine
C. CBC (Complete Blood Count)
ไม่ถูกต้อง: โรค SLE อาจมีผลต่อระบบเลือด (เช่น เม็ดเลือดขาวต่ำ เกล็ดเลือดต่ำ โลหิตจาง) และอาจต้องตรวจติดตาม แต่ไม่ใช่ผลข้างเคียงหลักจากยา Chloroquine แม้ Chloroquine อาจทำให้เม็ดเลือดขาวต่ำได้บ้าง แต่ไม่ใช่ผลข้างเคียงที่รุนแรงและจำเพาะที่สุด
D. Eye ground (การตรวจตาด้านใน)
ถูกต้อง: เป็น การตรวจติดตามที่สำคัญและจำเป็นที่สุด สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับ Chloroquine/Hydroxychloroquine เป็นเวลานาน เพื่อป้องกันและตรวจพบภาวะ Chloroquine-induced retinopathy ซึ่งอาจทำให้ตาบอดได้
E. Liver function test (การตรวจการทำงานของตับ)
ไม่ถูกต้อง: Chloroquine อาจมีผลต่อตับได้บ้าง แต่พบไม่บ่อยและไม่รุนแรงเท่าผลต่อตา จึงไม่ใช่การตรวจติดตามหลัก
สรุป: ผลข้างเคียงที่ร้ายแรงและจำเพาะของยา Chloroquine/Hydroxychloroquine ที่ใช้รักษา SLE คือ ความเป็นพิษต่อตา (Retinopathy) ดังนั้นการตรวจติดตามที่สำคัญที่สุดคือ การตรวจตาด้านใน (Eye ground หรือ Fundoscopy) เป็นระยะ
 
 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะชักในผู้ใหญ่ (Adult Seizure)
เตรียมสอบ MEQ กับโจทย์ Adult Seizure ตัวอย่างข้อสอบภาวะชักในผู้ใหญ่ ครอบคลุมการซักประวัติแยก seizure mimic, การส่งตรวจ MRI/EEG ที่เหมาะสม, การให้ยากันชักครั้งแรก, และการให้คำแนะนำผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน อัปเดตแนวทางใหม่!
ความผิดปกติที่ Splanchnopleura ส่งผลต่อระบบใดในร่างกาย?
Splanchnopleura เป็นส่วนหนึ่งของ Mesoderm ที่พัฒนาไปเป็นอวัยวะสำคัญ หากมีความผิดปกติในขั้นตอนนี้ จะส่งผลโดยตรงต่อการก่อตัวของ ระบบทางเดินอาหาร (ลำไส้), ระบบทางเดินหายใจ (ปอด), และระบบหัวใจหลอดเลือด (เยื่อบุหัวใจ) รวมถึงอวัยวะในช่องท้องต่างๆ ศึกษาที่มาของความพิการแต่กำเนิดในระบบเหล่านี้
 หญิงมะเร็งเต้านมขาด เหนื่อย ความดันต่ำ คอจอกโป่ง รักษาขั้นต้นอะไร?
ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมได้รับเคมีบำบัด และขาดการติดตาม มาพบแพทย์ด้วยอาการเหนื่อย หายใจลำบาก ความดันโลหิต 80/60 mmHg ชีพจร 105 ครั้ง/นาที การหายใจ 24 ครั้ง/นาที คอจอกโป่งขึ้นถึงขากรรไกร ขาบวมกดบุ๋ม 2+ เสียงหัวใจเบา คลำไม่พบจุดเต้นของหัวใจ
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้