แชร์

Massive LGIB ได้เลือดแล้วไข้ ปวดหลัง ฉี่แดง ?

อัพเดทล่าสุด: 10 ก.พ. 2026
45 ผู้เข้าชม

Massive LGIB ได้เลือดแล้วไข้ ปวดหลัง ฉี่แดง นอกจากหยุดใ้ห้เลือดแล้วรักษาอะไรต่อ?

A. NSS loading

B. Furosemide

C. Mannitol

D. NaHCO3

คำตอบที่ถูกต้องคือ D. NaHCO3 (โซเดียมไบคาร์บอเนต)

เหตุผลโดยละเอียด

ผู้ป่วยมีประวัติ เลือดออกทางเดินอาหารส่วนล่างมาก (Massive LGIB) ได้รับการให้เลือด (Blood transfusion) และหลังจากนั้นมีอาการ ไข้ ปวดหลัง ปัสสาวะแดง (Red/Brown urine) กลุ่มอาการนี้ตรงกับภาวะแทรกซ้อนจากการให้เลือดที่สำคัญคือ ภาวะเม็ดเลือดแดงแตกจากการให้เลือด (Acute Hemolytic Transfusion Reaction - AHTR) ซึ่งมักเกิดจาก การให้เลือดที่หมู่เลือดไม่ตรงกัน (ABO incompatibility)

กลไก: เม็ดเลือดแดงของผู้บริจาคที่แตกจะปล่อย ฮีโมโกลบินอิสระ (free hemoglobin) เข้าสู่กระแสเลือดจำนวนมาก

ผลที่ตามมา: ฮีโมโกลบินอิสระที่มากเกินไปจะไปอุดตันที่ท่อไต (renal tubules) และอาจทำให้เกิด ไตวายเฉียบพลันจากฮีโมโกลบิน (Acute Kidney Injury from hemoglobinuria) ได้ นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้เกิดอาการทั่วร่างกายเช่นไข้ หนาวสั่น

ปวดหลังการรักษาเฉพาะ: นอกจากการหยุดให้เลือดทันทีและให้การสนับสนุนแล้ว การป้องกันไตวายเฉียบพลันเป็นสิ่งสำคัญ หลักการคือ ทำให้ปัสสาวะเป็นด่าง (Alkalinization of urine) โดยการให้ โซเดียมไบคาร์บอเนต (NaHCO3) เพื่อ:ป้องกันไม่ให้ฮีโมโกลบินไปตกตะกอนในท่อไต (เพราะฮีโมโกลบินจะตกตะกอนน้อยกว่าในสภาวะด่าง) เพิ่มการละลายของฮีโมโกลบินในปัสสาวะ ช่วยขับฮีโมโกลบินออกทางไตได้ดีขึ้น ดังนั้นการรักษาต่อหลังจากหยุดให้เลือดแล้ว คือการ ป้องกันไตวายเฉียบพลันโดยให้ NaHCO3 เพื่อทำให้ปัสสาวะเป็นด่าง

อธิบายแต่ละตัวเลือก:

A. NSS loading (Normal Saline Solution)
ไม่ถูกต้อง: การให้สารน้ำปริมาณมากเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาระดับความดันเลือดและเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปที่ไต แต่ไม่ได้แก้ปัญหาเฉพาะของภาวะ hemoglobinuria โดยตรง และการให้ NSS เพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้ช่วยในการขับฮีโมโกลบิน

B. Furosemide (ยาขับปัสสาวะ)
ไม่ถูกต้อง: อาจช่วยเพิ่มปริมาณปัสสาวะ แต่ ไม่ได้ป้องกันการตกตะกอนของฮีโมโกลบินในท่อไต และอาจทำให้ปัสสาวะเข้มข้นขึ้นได้

C. Mannitol (ยาขับปัสสาวะชนิดออสโมติก)
ไม่ถูกต้อง: มีการใช้ในบางกรณีเพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือดที่ไตและเพิ่มการสร้างปัสสาวะ แต่ไม่ได้เป็นมาตรฐานแรกสำหรับการป้องกันไตวายจากฮีโมโกลบิน และอาจเป็นอันตรายได้หากผู้ป่วยเริ่มมีภาวะไตวายแล้ว

D. NaHCO3 (โซเดียมไบคาร์บอเนต)
ถูกต้อง: เป็น การรักษามาตรฐานเพื่อป้องกันไตวายเฉียบพลันจากฮีโมโกลบิน (Hemoglobin-induced AKI) หลังภาวะเม็ดเลือดแดงแตกจากการให้เลือด (AHTR) โดยการทำให้ปัสสาวะเป็นด่าง (urine alkalinization) เพื่อลดการตกตะกอนของฮีโมโกลบินในท่อไต

สรุป: ในกรณีเลือดออกมากและให้เลือดแล้วเกิดอาการไข้ ปวดหลัง ปัสสาวะแดง ซึ่งสงสัย ภาวะเม็ดเลือดแดงแตกจากการให้เลือด (Acute Hemolytic Transfusion Reaction) การรักษาที่สำคัญต่อจากการหยุดให้เลือดคือ การ ป้องกันไตวายเฉียบพลันโดยให้ NaHCO3 เพื่อทำให้ปัสสาวะเป็นด่าง


บทความที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Kidney Injury (AKI) ตัวอย่างโจทย์ภาวะไตวายเฉียบพลัน ครอบคลุมการแยกสาเหตุ pre-renal, intra-renal, post-renal, การแปลผล urine electrolytes และ fractional excretion of sodium (FENa), การให้ fluid resuscitation, การปรับขนาดยาตาม eGFR, และข้อบ่งชี้ในการฟอกเลือดด่วน
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Decompensated Heart Failure)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Decompensated Heart Failure ตัวอย่างโจทย์ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ครอบคลุมการประเมิน volume overload vs low perfusion, การให้ยาขับปัสสาวะ Furosemide, การปรับยาในผู้ป่วย hypotensive, การให้ inotropes และ vasodilator อย่างเหมาะสม รวมถึงการให้คำแนะนำผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Thyrotoxicosis)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Thyrotoxicosis ตัวอย่างโจทย์ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ตั้งแต่การซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อแยกสาเหตุ, การแปลผล thyroid function test, การเลือกใช้ยา methimazole, PTU, beta-blocker, และการจัดการภาวะ thyroid storm ที่รุนแรง เหมาะสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ