หญิง 35 ปี ตรวจพบ mild papilledema จากการกินยา อาหารเสริมเวลานาน?

หญิงอายุ 35 ปี กินยาบำรุงและอาหารเสริมหลายอย่าง 1 ปี มีอาการปวดหัว ปวดข้อ คลื่นไส้ อาเจียน และ น้ำหนักลด ผิวหนังอักเสบ เริ่มมีความจ้าเสื่อม ตรวจพบ mild papilledema และ X-ray พบ hyperostosis เกิด จาการได้รับสารใดเกิน?
A. Niacin
B. Calcium
C. Fluoride
D. Retinol
E. Alpha - tocopherol
คำตอบที่ถูกต้องคือ D. Retinol (วิตามิน A)
เหตุผลโดยละเอียด
กลุ่มอาการที่ผู้ป่วยรายนี้แสดงออกมา ตรงกับภาวะเป็นพิษจากวิตามินเอเกิน (Hypervitaminosis A หรือ Vitamin A toxicity)
แหล่งที่มา: ผู้ป่วยกิน ยาบำรุงและอาหารเสริมหลายอย่าง เป็นเวลานาน (1 ปี) ซึ่งอาจรวมถึงวิตามินเอหรือน้ำมันตับปลาในปริมาณสูง
อาการทางคลินิก:
ระบบประสาทส่วนกลาง: ปวดหัว, คลื่นไส้ อาเจียน, ความจำเสื่อม, Papilledema (บวมของขั้วประสาทตา) ทำให้คล้ายกับภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูงไม่ทราบสาเหตุ (Pseudotumor cerebri)
ผิวหนังและกระดูก: ปวดข้อ, ผิวหนังอักเสบ/ลอก, น้ำหนักลด, Hyperostosis (กระดูกหนาตัวผิดปกติ) ซึ่งพบได้จากการเอกซเรย์ โดยเฉพาะบริเวณกระดูกยาว
อื่นๆ: ผมร่วง, ริมฝีปากแตก, ตับอักเสบ
ภาวะ Hyperostosis ที่พบจากการเอกซเรย์ เป็นลักษณะเฉพาะที่สำคัญของภาวะเป็นพิษจากวิตามินเอเกินในระยะยาว (Chronic toxicity)
อธิบายแต่ละตัวเลือก:
A. Niacin (ไนอาซิน หรือวิตามิน B3)
ไม่ถูกต้อง: การได้รับมากเกินทำให้เกิดอาการ Flushing (หน้าแดงร้อน), คัน, ระคายเคืองกระเพาะอาหาร, ความดันโลหิตต่ำ, ไปจนถึงเป็นพิษต่อตับ แต่ ไม่ทำให้เกิด papilledema หรือ hyperostosis
B. Calcium (แคลเซียม)
ไม่ถูกต้อง: การได้รับแคลเซียมเกินอาจทำให้เกิด ท้องผูก, นิ่วในไต, กล้ามเนื้ออ่อนแรง, สับสน และในระดับสูงมากอาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ แต่ ไม่ทำให้เกิด papilledema, hyperostosis, หรืออาการผิวหนังอักเสบแบบนี้
C. Fluoride (ฟลูออไรด์)
ไม่ถูกต้อง: การได้รับฟลูออไรด์เกินอาจทำให้เกิด ฟันตกกระ (Dental fluorosis), กระดูกผิดรูปและหนา (Skeletal fluorosis) ซึ่งอาจมีอาการปวดข้อได้ แต่โดยทั่วไป ไม่เกี่ยวข้องกับ papilledema, อาการทางผิวหนัง, หรืออาการทางระบบประสาทส่วนกลางอื่นๆ ที่ชัดเจนแบบนี้
D. Retinol (เรตินอล หรือวิตามินเอ)
ถูกต้อง: อาการทั้งหมด ตรงกับภาวะเป็นพิษจากวิตามินเอเกิน (Hypervitaminosis A) โดยเฉพาะอาการทางระบบประสาท (ปวดหัว, papilledema, ความจำเสื่อม) และข้อค้นพบ Hyperostosis จาก X-ray ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะ
E. Alpha-tocopherol (อัลฟา-โทโคฟีรอล หรือวิตามินอี)
ไม่ถูกต้อง: การได้รับวิตามินอีเกินอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก (เพราะต้านการแข็งตัวของเลือด) และอาจทำให้ปวดหัว ตาพร่าได้บ้าง แต่ ไม่ทำให้เกิด hyperostosis หรือกลุ่มอาการที่ครบถ้วนแบบนี้
สรุป: จากอาการปวดหัว คลื่นไส้ ผิวหนังอักเสบ ปวดข้อ น้ำหนักลด ความจำเสื่อม ร่วมกับการตรวจพบ Papilledema และ Hyperostosis ในผู้ป่วยที่กินอาหารเสริมมานาน 1 ปี ชี้ชัดไปที่ ภาวะเป็นพิษจากวิตามินเอเกิน (Retinol toxicity)


