แชร์

ทารกหญิงขนดกตามตัว โดยเฉพาะคอและหลัง เกิดจากความผิดปกติชั้นเนื้อเยื่อไหน?

อัพเดทล่าสุด: 10 ก.พ. 2026
103 ผู้เข้าชม

ทารกเพศหญิงมีขนขึ้นตามตัวโดยเฉพาะที่คอและหลังมากเกิดจากความผิดปกติจากเนื้อเยื่อชั้นใด?

A. endoderm

B. ectoderm

C. mesoderm

D. somatopleure

E. splanchnopleure

คำตอบที่ถูกต้องคือ B. ectoderm

เหตุผลโดยละเอียด
ลักษณะที่ทารกมี ขนขึ้นตามตัวมากผิดปกติ (Hypertrichosis) โดยเฉพาะที่คอและหลัง เกี่ยวข้องกับการพัฒนาของ ผิวหนังและขน (Integumentary system)
ในด้านเอมบริโอลยี (Embryology): ผิวหนังชั้นหนังกำพร้า (Epidermis), ขน, เล็บ, ต่อมเหงื่อ, ต่อมไขมัน ล้วนมีต้นกำเนิดมาจาก เนื้อเยื่อชั้น Ectoderm
Hypertrichosis (การมีขนมากเกิน) เป็นความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับ การเจริญของรากขน (hair follicles) ซึ่งพัฒนามาจาก Ectoderm เช่นกัน
ขนแบบละเอียดที่พบในทารกแรกเกิด (Lanugo) ก็มีต้นกำเนิดจาก Ectoderm
ดังนั้น ความผิดปกติที่ทำให้มีขนขึ้นตามตัวมากในทารก จึงน่าจะมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของเนื้อเยื่อชั้น Ectoderm

อธิบายแต่ละตัวเลือก:

A. Endoderm
ไม่ถูกต้อง: Endoderm ให้กำเนิดเยื่อบุของระบบทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ ต่อมต่างๆ (เช่น ตับ ตับอ่อน) ไม่เกี่ยวข้อง กับการสร้างขน

B. Ectoderm
ถูกต้อง: Ectoderm ให้กำเนิด ผิวหนังชั้นหนังกำพร้า, ขน, เล็บ, ต่อมต่างๆ ของผิวหนัง ดังนั้นความผิดปกติที่ทำให้มีขนมากเกิน (Hypertrichosis) จึงมีต้นเหตุจากเนื้อเยื่อชั้นนี้

C. Mesoderm
ไม่ถูกต้อง: Mesoderm ให้กำเนิดเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน กล้ามเนื้อ กระดูก ระบบไหลเวียนเลือด และชั้นหนังแท้ (Dermis) ของผิวหนัง แต่ไม่ใช่ ส่วนที่สร้างขนโดยตรง

D. Somatopleure
ไม่ถูกต้อง: Somatopleure คือชั้นที่เกิดจาก Mesoderm และ Ectoderm รวมกัน (Body wall) พัฒนาไปเป็นผิวหนังชั้นหนังแท้ (Dermis), กล้ามเนื้อ และโครงสร้างของผนังร่างกาย ไม่ใช่ ส่วนหลักที่สร้างขน

E. Splanchnopleure
ไม่ถูกต้อง: Splanchnopleure คือชั้นที่เกิดจาก Mesoderm และ Endoderm รวมกัน พัฒนาไปเป็นอวัยวะภายใน (Viscera) และเยื่อหุ้ม ไม่เกี่ยวข้อง กับผิวหนังหรือขน

สรุป: ขน (Hair) มีต้นกำเนิดจาก Ectoderm ดังนั้นความผิดปกติที่ทำให้ทารกมีขนขึ้นตามตัวมาก (Hypertrichosis) จึงมาจากความผิดปกติของเนื้อเยื่อชั้น Ectoderm


บทความที่เกี่ยวข้อง
ชายอายุ 30 ปี มีแน่นน้าอก ไอแห้ง 3 สัปดาห์ ?
ในผู้ป่วยที่มีอาการและอาการแสดงของ pleural effusion เป็นเวลานาน 3 สัปดาห์ ขั้นตอนการตรวจที่เหมาะสมและให้ผลวินิจฉัยสูงสุดคือ การเจาะตรวจน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดร่วมกับการตัดชิ้นเนื้อเยื่อหุ้มปอด (Pleural tapping with biopsy) เพื่อหาสาเหตุ โดยเฉพาะวัณโรค
หญิง 70 ปี เป็นเบาหวาน ไข้ ปัสสาวะขุ่น ความดันต่ำ อันดับแรกควรทำอะไร?
ผู้ป่วยหญิงอายุ 70 ปี เป็นเบาหวานมา 10 ปี มีไข้ ปัสสาวะขุ่น ซึมลง เจ็บสีข้างซ้ายมา 4 วัน ตรวจร่างกาย: อุณหภูมิ 38°C, ความดันโลหิต 80/50 mmHg, ชีพจร 110 ครั้ง/นาที, การหายใจ 28 ครั้ง/นาที ญาติเห็นว่าป่วยจึงให้หยุดยาเบาหวาน ตรวจน้ำตาลในเลือด 900 mg/dL, กดเจ็บที่สีข้างซ้าย, BUN 40 mg/dL, Cr 2 mg/dL, Electrolyte ปกติ
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ TERMS & CONDITIONS และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ