แชร์

ชายอายุ 25 ปี ท้องผูก ไม่มีถ่ายเป็นเลือด มีติ่งที่ dentate line รักษาอย่างไร?

noimageauthor Yadamasong
อัพเดทล่าสุด: 13 ก.พ. 2026
149 ผู้เข้าชม

ชายอายุ 25 ปี ท้องผูก ไม่มีถ่ายเป็นเลือด มีติ่งที่ dentate line ไม่ข้ามมาที่ anal sphincter ตรวจอย่าง อื่นปกติหมด รักษาอย่างไร?

A. Reassure

B. Rubber band

C. Sphinterotomy

D. Hemorrhoidectomy 

คำตอบที่ถูกต้อง: B. Rubber band ligation

เหตุผล
จากข้อมูลผู้ป่วย:
ชายอายุ 25 ปี
อาการท้องผูก (constipation)
ไม่มีถ่ายเป็นเลือด
ตรวจพบ ติ่งที่ dentate line แต่ ไม่ข้าม anal sphincter
ตรวจอื่นปกติ

วิเคราะห์
1. ติ่งที่ dentate line
Dentate line เป็นจุดแบ่งระหว่าง:
Internal hemorrhoid plexus (เหนือ dentate line, visceral innervation → ไม่เจ็บมาก, ตัดหรือรัดได้)
External hemorrhoid plexus (ใต้ dentate line, somatic innervation → เจ็บ, ตัดต้องระวัง)
ติ่งที่ dentate line แบบไม่ข้าม anal sphincter → Internal hemorrhoid grade I–II (น่าจะ grade I เนื่องจากไม่ย้อยตลอด ไม่ต้องใช้มือช่วย)
2. การรักษาตาม grading
Grade I: รัดยาง (Rubber band ligation) หรือปรับพฤติกรรม + ยากิน
Grade II: รัดยาง
Grade III–IV: ผ่าตัด (Hemorrhoidectomy, stapler, etc.)
Sphincterotomy ใช้ใน รอยแผลที่ก้น (Anal fissure) ไม่ใช่โรคริดสีดวงโดยตรง

ทำไมข้ออื่นไม่ถูก
❌ A. Reassure
ไม่เหมาะสม เพราะมีติ่งที่ต้องรักษาแล้ว (แม้ไม่มีเลือดออก) การปล่อยไว้เฉย ๆ อาจมีอาการเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะผู้ป่วยท้องผูกเรื้อรังที่ต้องเบ่ง

❌ C. Sphincterotomy
ไม่ใช่การรักษาโรคริดสีดวง เป็นการตัดกล้ามเนื้อหูรูดภายใน (Internal sphincter) สำหรับ anal fissure ซึ่งไม่มีในข้อมูลผู้ป่วยรายนี้

❌ D. Hemorrhoidectomy
รุนแรงเกินไป เพราะเป็น internal hemorrhoid grade I (น่าจะ) ไม่ได้ย้อยหรือมีภาวะแทรกซ้อน ควรเริ่มที่วิธีรัดยางก่อนตามลำดับ

สรุป
ผู้ป่วยอายุน้อย internal hemorrhoid grade I–II ควรทำ Rubber band ligation เพราะเป็นวิธีง่าย ปลอดภัย เจ็บน้อย ค่าใช้จ่ายต่ำ ได้ผลดี ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่

 


noimageauthor
Yadamasong
บทความที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Decompensated Heart Failure)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Decompensated Heart Failure ตัวอย่างโจทย์ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ครอบคลุมการประเมิน volume overload vs low perfusion, การให้ยาขับปัสสาวะ Furosemide, การปรับยาในผู้ป่วย hypotensive, การให้ inotropes และ vasodilator อย่างเหมาะสม รวมถึงการให้คำแนะนำผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้