แชร์

แม่หลังคลอด 2 week ปวดเต้านม แดงบริเวณรอบหัวนม แพ้ penicillin ใช้ยาอะไร?

noimageauthor Yadamasong
อัพเดทล่าสุด: 13 ก.พ. 2026
94 ผู้เข้าชม

แม่หลังคลอด 2 week ปวดเต้านม แดงบริเวณรอบหัวนม ไม่มีหนอง แพ้ penicillin ใช้ยาอะไร?

A. Clindamycin

B. Roxithromycin

C. Doxycycline

D. Bactrim

คำตอบที่ถูกต้อง: B. Roxithromycin

เหตุผล
ผู้ป่วยคือ หญิงหลังคลอด 2 สัปดาห์ มีอาการปวดเต้านม แดงรอบหัวนม ไม่มีหนอง
→ สอดคล้องกับ Mastitis ระยะต้น (non-purulent) ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่คือ Staphylococcus aureus
แนวทางการรักษา:
ถ้า ไม่มีหนอง: ให้ยาปฏิชีวนะที่ครอบคลุมเชื้อ S. aureus โดยเฉพาะ
ต้องเลือกยาที่ ปลอดภัยต่อการให้นมบุตร
ผู้ป่วย แพ้ penicillin → ต้องเลี่ยง beta-lactam ทุกชนิด (penicillin, amoxicillin, cephalosporin)
ยาที่เหมาะสมในกลุ่ม penicillin allergy คือ macrolide เช่น Erythromycin หรือ Roxithromycin

ทำไมข้ออื่นไม่ถูก

❌ A. Clindamycin
ใช้ใน mastitis ได้ แต่มีข้อควรระวัง: ขับออกทางน้ำนม และมีรายงานอุจจาระร่วงจาก C. difficile
ไม่ใช่ first-line ใน penicillin allergy mastitis เมื่อ macrolide ใช้ได้
ไม่เป็นอันตรายห้ามใช้เด็ดขาด แต่มักเลือกใช้เมื่อแพ้ penicillin และ erythromycin ไม่ได้ผล หรือดื้อยา

❌ C. Doxycycline
ห้ามใช้ในหญิงให้นมบุตร เพราะ tetracycline group ทำให้ฟันเด็กเปลี่ยนสี ยับยั้งการเจริญของกระดูก
ผ่านน้ำนม อาจเกิดอันตรายต่อทารก

❌ D. Bactrim (Co-trimoxazole)
ใช้ใน mastitis ได้ แต่ต้องระวังในหญิงให้นมบุตร โดยเฉพาะ ทารกแรกเกิดอายุน้อย (โดยเฉพาะ 2 สัปดาห์)
Bactrim แข่งกับบิลิรูบิน ทำให้เสี่ยง kernicterus ในทารกแรกเกิด
เลี่ยงใน breastfeeding จนกว่าทารกอายุ > 2 เดือน

สรุป
ในหญิงให้นมบุตรหลังคลอด 2 สัปดาห์ แพ้ penicillin เป็น non-purulent mastitis
ควรเลือก Roxithromycin หรือ Erythromycin (macrolide)
→ ข้อสอบเลือก B. Roxithromycin
→ ข้อ A (Clindamycin) อาจใช้ได้ในกรณีที่จำเป็นจริง ๆ แต่ไม่ใช่ตัวเลือกแรกสุด

 


noimageauthor
Yadamasong
บทความที่เกี่ยวข้อง
ชาย 68 ปี ไอน้ำหนักลด ทำงานเซรามิก 30 ปี เอกซเรย์พบปุ่มเล็กๆ รอบฮิลาร์ วินิจฉัยอะไร?
ผู้ป่วยชายอายุ 68 ปี มีอาการไอเรื้อรังและน้ำหนักลด 1 เดือน เขาทำงานในอุตสาหกรรมเซรามิกมา 30 ปี ตรวจร่างกาย: ได้ยินเสียงครืดคราดที่ปอดทั้งสองข้างด้านบน เอกซเรย์ปอดแสดงภาพ (มีปุ่มเล็กๆ จำนวนมากบริเวณรอบๆ ฮิลาร์)
หญิง 35 ปี ตรวจพบ mild papilledema จากการกินยา อาหารเสริมเวลานาน?
จากอาการปวดหัว คลื่นไส้ ผิวหนังอักเสบ ปวดข้อ น้ำหนักลด ความจำเสื่อม ร่วมกับการตรวจพบ Papilledema และ Hyperostosis ในผู้ป่วยที่กินอาหารเสริมมานาน 1 ปี ชี้ชัดไปที่ ภาวะเป็นพิษจากวิตามินเอเกิน (Retinol toxicity)
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้