แชร์

สัญญาณเตือนไส้ติ่งอักเสบ !

อัพเดทล่าสุด: 2 ต.ค. 2025
133 ผู้เข้าชม

ผู้ป่วยหญิงอายุ 32 ปี มารับการรักษาด้วยอาการปวดบริเวณท้องน้อยด้านขวา (RLQ) เบื่ออาหาร คลื่นไส้และอาเจียน

การตรวจร่างกาย:อุณหภูมิ 37.4 องศาเซลเซียส

ชีพจร: 100 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต: 110/70 mmHg

อัตราการหายใจ: 20 ครั้ง/นาที

การตรวจช่องท้อง: กดเจ็บปานกลางที่บริเวณท้องน้อยด้านขวา มีอาการเจ็บยิบ (rebound tenderness)

ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ: CBC: Hct 35 vol%, WBC 12,500 cells/mm³ (Neutrophil 85%, Lymphocyte 15%), Platelet 200,000 cells/mm³

การจัดการรักษาที่เหมาะสมที่สุดคืออะไร?

จากประวัติอาการปวดบริเวณท้องน้อยด้านขวาร่วมกับอาการเบื่ออาหารคลื่นไส้อาเจียน การตรวจร่างกายพบกดเจ็บและเจ็บยิบที่บริเวณเดียวกัน และผลตรวจเลือดพบว่ามีจำนวนเม็ดเลือดขาวสูงขึ้นโดยเฉพาะส่วน neutrophil ที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 85 การวินิจฉậyที่น่าจะเป็นไปได้สูงที่สุดคือไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งเป็นภาวะเร่งด่วนทางศัลยกรรมที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ไส้ติ่งอักเสบเกิดจากการอุดตันของไส้ติ่งจากหลายสาเหตุ เช่น ก้อนเสมหะไส้ติ่ง fecalith ต่อมน้ำเหลืองที่บวมจากเชื้อโรค หรือในบางครั้งอาจเกิดจากสิ่งแปลกปลอม การอุดตันนี้ทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของความดันภายในไส้ติ่ง การขาดเลือดมาเลี้ยง และในที่สุดเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียตามมา หากปล่อยไว้ไม่รักษา ไส้ติ่งที่อักเสบอาจแตกทะลุทำให้เชื้อโรคและสิ่งคัดหลั่งในลำไส้รั่วเข้าสู่ช่องท้อง ก่อให้เกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

-แนวทางการจัดการผู้ป่วยรายนี้ควรเริ่มจากการประเมินสภาพผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว แม้ความดันโลหิตจะอยู่ในเกณฑ์ปกติแต่ชีพจรที่ 100 ครั้งต่อนาทีบ่งชี้ว่าผู้ป่วยอาจมีภาวะขาดน้ำหรือเริ่มมี systemic inflammatory response ควรให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำเพื่อแก้ไขภาวะขาดน้ำและรักษาความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควรงดน้ำงดอาหารทางปากเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการผ่าตัด

-การตรวจเพิ่มเติมที่อาจพิจารณาได้แก่ การตรวจปัสสาวะเพื่อแยกโรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ หรือการตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องซึ่งสามารถแสดงภาพไส้ติ่งที่บวมหนามีเลือดมาเลี้ยงเพิ่มขึ้น หรือพบน้ำในช่องท้องบริเวณรอบไส้ติ่ง อย่างไรก็ตามในกรณีที่การวินิจฉậyค่อนข้างชัดเจนจากการซักประวัติและตรวจร่างกายเช่นนี้ ไม่ควรทำให้การรักษาล่าช้าไปกับการตรวจพิเศษมากเกิน

-การให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำเป็นขั้นตอนสำคัญที่ควรเริ่มก่อนการผ่าตัด ยาปฏิชีวนะควรครอบคลุมเชื้อแกรมลบและ anaerobic bacteria ที่มักเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในทางเดินอาหาร เช่น ใช้ cephalosporin รุ่นที่สามร่วมกับ metronidazole

-การรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลันคือการผ่าตัดเอาไส้ติ่งออก การผ่าตัดสามารถทำได้สองวิธีหลักคือการผ่าตัดแบบเปิดผ่านแผลที่ท้องน้อยด้านขวา หรือการผ่าตัดผ่านกล้องซึ่งเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบันเนื่องจากแผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วและเจ็บแผลน้อยกว่า การเลือกวิธีการผ่าตัดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยความพร้อมของโรงพยาบาล ประสบการณ์ของศัลยแพทย์ และสภาพของผู้ป่วย

หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะต่อเนื่อง และดูแลเรื่องการควบคุมอาการปวด การฟื้นฟูการทำงานของลำไส้ โดยทั่วไปผู้ป่วยสามารถเริ่มดื่มน้ำและรับประทานอาหารได้เมื่อลำไส้ทำงานปกติแล้ว ซึ่งมักเกิดขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังผ่าตัด

-ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้แก่ การติดเชื้อในแผลผ่าตัด ฝีในช่องท้อง จากไส้ติ่งแตก หรือลำไส้เล็กอุดตันจากพังผืดในช่องท้อง ดังนั้นการสังเกตอาการหลังผ่าตecteอย่างใกล้ชิดจึงมีความสำคัญ

โดยสรุปแล้วการจัดการผู้ป่วยรายนี้ควรรีบดำเนินการผ่าตัดเอาไส้ติ่งออกหลังจากเตรียมผู้ป่วยและให้ยาปฏิชีวนะแล้ว การรักษาที่รวดเร็วและเหมาะสมจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากไส้ติ่งแตกและทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว


บทความที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Kidney Injury (AKI) ตัวอย่างโจทย์ภาวะไตวายเฉียบพลัน ครอบคลุมการแยกสาเหตุ pre-renal, intra-renal, post-renal, การแปลผล urine electrolytes และ fractional excretion of sodium (FENa), การให้ fluid resuscitation, การปรับขนาดยาตาม eGFR, และข้อบ่งชี้ในการฟอกเลือดด่วน
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Decompensated Heart Failure)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Decompensated Heart Failure ตัวอย่างโจทย์ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ครอบคลุมการประเมิน volume overload vs low perfusion, การให้ยาขับปัสสาวะ Furosemide, การปรับยาในผู้ป่วย hypotensive, การให้ inotropes และ vasodilator อย่างเหมาะสม รวมถึงการให้คำแนะนำผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Thyrotoxicosis)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Thyrotoxicosis ตัวอย่างโจทย์ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ตั้งแต่การซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อแยกสาเหตุ, การแปลผล thyroid function test, การเลือกใช้ยา methimazole, PTU, beta-blocker, และการจัดการภาวะ thyroid storm ที่รุนแรง เหมาะสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ