แชร์

การจัดการบาดเจ็บทรวงอกชนิดเปิด

อัพเดทล่าสุด: 6 ต.ค. 2025
225 ผู้เข้าชม

ผู้ป่วยอายุ 42 ปี มาโรงพยาบาลจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ การประเมินเบื้องต้น: ทางเดินหายใจโล่ง, ความดันโลหิต 120/70 mmHg, อัตราการหายใจ 28 ครั้ง/นาที, ได้ยินเสียงหายใจลดลงที่ปอดขวา, หลอดลมอยู่กลาง, มีแผลถลอกขนาด 3.5 ซม. ที่ผนังหน้าอกขวาพร้อมมีอากาศรั่ว, ออกซิเจนในเลือด 90%, คะแนน GCS = E4V5M6, รูม่านตาขนาด 2 มม. ทั้งสองข้างตอบสนองต่อแสง การจัดการรักษาเบื้องต้นที่เหมาะสมที่สุดคืออะไร?

จากการประเมินผู้ป่วยอายุ 42 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์และมีแผลเปิดขนาด 3.5 เซนติเมตรที่ผนังหน้าอกด้านขวาพร้อมกับมีอากาศรั่ว ได้ยินเสียงหายใจลดลงที่ปอดขวา และมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำอยู่ที่ 90 เปอร์เซ็นต์ ชุดอาการนี้บ่งชี้อย่างชัดเจนถึงภาวะบาดเจ็บทรวงอกชนิดเปิดซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่คุกคามชีวิต

-พยาธิสรีรวิทยาของภาวะบาดเจ็บทรวงอกชนิดเปิดเริ่มจากแผลเปิดที่ผนังหน้าอกทำลายความดันลบภายในช่องเยื่อหุ้มปอดซึ่งจำเป็นสำหรับการขยายตัวของปอดระหว่างการหายใจเข้า เมื่อมีแผลเปิดขนาดใหญ่กว่าสองในสามของเส้นผ่านศูนย์กลางของหลอดลมใหญ่ อากาศจะไหลผ่านแผลเปิดแทนที่จะไหลผ่านทางเดินหายใจปกติ due to ความต้านทานที่ต่ำกว่า กลไกนี้ทำให้เกิดภาวะหายใจล้มเหลวแม้ปอดและทางเดินหายใจจะยังปกติ

-การได้ยินเสียงหายใจลดลงที่ปอดขวาเกิดจากมีอากาศในช่องเยื่อหุ้มปอดซึ่งทำให้ปอดแฟบลง ส่วนระดับออกซิเจนในเลือดที่ต่ำเกิดจากการผสมผสานระหว่างการหายใจไม่เพียงพอและการลดลงของพื้นที่ผิวสำหรับการแลกเปลี่ยนก๊าซ

-การจัดการเบื้องต้นที่สำคัญที่สุดคือการปิดแผลด้วยผ้าสามด้าน immediately หลักการนี้ช่วยป้องกันไม่ให้อากาศเข้าไปในช่องเยื่อหุ้มปอดเพิ่มระหว่างการหายใจเข้า ในขณะที่ยัง允许ให้อากาศที่ค้างอยู่ภายในสามารถออกมาได้ระหว่างการหายใจออก การปิดแผลแบบนี้ช่วยฟื้นฟูความดันลบภายในช่องอกและทำให้การหายใจมีประสิทธิภาพมากขึ้น

-หลังจากปิดแผลแล้วควรให้ออกซิเจนความเข้มข้นสูงผ่านหน้ากาก non-rebreather เพื่อแก้ไขภาวะ hypoxia และลดอาการหายใจลำบาก ควรพิจารณาใส่สายสวนหลอดเลือดดำขนาดใหญ่เพื่อให้สารน้ำหากมีความดันโลหิตต่ำหรือมี signs ของการบาดเจ็บอื่นๆ

-ขั้นตอนต่อไปที่จำเป็นคือการใส่สายระบายอากาศในช่องเยื่อหุ้มปอดที่ด้านขวาเพื่อระบายอากาศและของเหลวที่ค้างอยู่ สายระบายนี้ควรใส่ที่บริเวณขอบด้านหน้าของรักแร้ระหว่างซี่โครงที่สี่หรือห้า โดยต้องต่อกับระบบ underwater seal drainage เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศไหลกลับเข้าไป

-ระหว่างรอการใส่สายระบาย ควรติดตามสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการที่บ่งชี้ถึงภาวะ tension pneumothorax เช่น ความดันเลือดต่ำขึ้นอย่างรวดเร็ว เส้นเลือดที่คอโป่ง และการเคลื่อนของหลอดลมไปด้านตรงข้าม หากมีอาการเหล่านี้ต้องรีบแก้ไขโดยการเปลี่ยนผ้าปิดแผลให้เป็นแบบเปิดชั่วคราวหรือใส่เข็มเจาะระบายที่ซี่โครงที่สอง midline clavicular

-หลังจากควบคุมภาวะฉุกเฉินแล้ว ควรส่งตรวจเอกซเรย์ทรวงอกเพื่อยืนยันตำแหน่งของสายระบายและประเมินการขยายตัวของปอด รวมทั้งตรวจหาการบาดเจ็บอื่นๆ ที่อาจมีร่วมด้วย เช่น กระดูกซี่โครงหัก หรือมีเลือดในช่องเยื่อหุ้มปอดการดูแลแผลที่ผนังหน้าอกต้องทำอย่างระมัดระวังการทำความสะอาดและพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อ เนื่องจากแผลเปิดมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อโดยเฉพาะจากอุบัติเหตุบนถนนในระยะยาวผู้ป่วยต้องการการประเมินอย่างต่อเนื่องเพื่อตรวจหาภาวะแทรกซ้อนเช่น การติดเชื้อในช่องเยื่อหุ้มปอด ฝีในปอด หรือ bronchopleural fistula ซึ่งอาจการรักษาเพิ่มเติม


บทความที่เกี่ยวข้อง
ภาวะฉุกเฉินจากแบตเตอรี่ติดคอในเด็ก
เด็กชายอายุ 3 ปี กินแบตเตอรี่กลมเข้าไปเมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้ว ตรวจช่องปากและคอหอยไม่พบสิ่งแปลกปลอม, มีเสียง stridor ภาพเอกซเรย์เนื้อเยื่ออ่อน พบความหนาแน่นสูงรูปกลม, มีลักษณะ double ring sign การจัดการรักษาที่เหมาะสมคืออะไร?
การตรวจวินิจฉัยภาวะทวารหนักปิดในทารกแรกเกิด
ทารกแรกเกิดครบกำหนด มีภาวะทวารหนักปิด (imperforate anus) การตั้งครรภ์ของมารดาไม่มีภาวะแทรกซ้อน การตรวจร่างกายทารกอยู่ในขอบเขตปกติ การตรวจสืบค้นที่เหมาะสมที่สุดคืออะไร?
ผู้ป่วยความดันสูง แขนข้างซ้ายอ่อนแรง ตาขวาเหล่เข้าใน พยาธิสภาพอยู่ที่ใด?
ชายอายุ 60 ปี ความดันสูง รักษาไม่สมํ่าเสมอ พบว่าแขนข้างซ้ายอ่อนแรงหลังตื่นนอน มี hemiparesis ของร่างกาย ข้างซ้าย ตาขวาเหล่เข้าใน พยาธิสภาพอยู่ที่ใด?
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้