แชร์

การคำนวณสารน้ำในผู้ป่วยไฟไหม้ด้วยสูตรพาร์คแลนด์

อัพเดทล่าสุด: 9 ต.ค. 2025
151 ผู้เข้าชม

ผู้ป่วยหญิงอายุ 50 ปี อยู่ในบ้านที่เกิดเหตุไฟไหม้ น้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม ตรวจร่างกายพบ:

แผลไหม้ระดับที่ 1 ร้อยละ 15 ของพื้นที่ผิวร่างกาย
แผลไหม้ระดับที่ 2 ร้อยละ 25 ของพื้นที่ผิวร่างกาย
แผลไหม้ระดับที่ 3 ร้อยละ 10 ของพื้นที่ผิวร่างกาย
มาถึงห้องฉุกเฉินหลังจากเกิดเหตุ 1 ชั่วโมง ถามว่า อัตราการให้สารน้ำตามสูตรพาร์คแลนด์ในชั่วโมงแรกเป็นเท่าไร?
จากการประเมินผู้ป่วยหญิงอายุ 50 ปี น้ำหนัก 50 กิโลกรัม ที่ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้ด้วยแผลระดับที่ 1 ร้อยละ 15 ระดับที่ 2 ร้อยละ 25 และระดับที่ 3 ร้อยละ 10 ของพื้นที่ผิวร่างกาย โดยผู้ป่วยมาถึงห้องฉุกเฉินหลังจากเกิดเหตุ 1 ชั่วโมง การคำนวณสารน้ำตามสูตรพาร์คแลนด์ต้องพิจารณาหลักการสำคัญหลายประการ

-สูตรพาร์คแลนด์ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อคำนวณปริมาณสารน้ำที่จำเป็นใน 24 ชั่วโมงแรกหลังการบาดเจ็บจากไฟไหม้ โดยพิจารณาจากน้ำหนักตัวและพื้นที่บาดแผลระดับที่ 2 และ 3 เท่านั้น เนื่องจากแผลระดับที่ 1 ไม่ทำให้เกิดการสูญเสียของเหลวอย่างมีนัยสำคัญทางคลินิก ดังนั้นพื้นที่บาดแผลที่ใช้ในการคำนวณคือ 25% + 10% = 35% ของพื้นที่ผิวร่างกาย

-ปริมาณสารน้ำรวมใน 24 ชั่วโมงคำนวณจาก 4 มิลลิลิตร × น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) × พื้นที่บาดแผลระดับที่ 2 และ 3 (เปอร์เซ็นต์) ซึ่งได้ 4 × 50 × 35 = 7,000 มิลลิลิตร

-ตามหลักการของสูตรพาร์คแลนด์ ปริมาณสารน้ำรวมนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองช่วง คือครึ่งแรกให้ภายใน 8 ชั่วโมงแรกนับจากเวลาที่เกิดการไหม้ และครึ่งหลังให้ใน 16 ชั่วโมงถัดไป ดังนั้นปริมาณสารน้ำใน 8 ชั่วโมงแรกคือ 3,500 มิลลิลิตร
เนื่องจากผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลหลังเกิดเหตุ 1 ชั่วโมง จึงเหลือเวลาอีก 7 ชั่วโมงในระยะ 8 ชั่วโมงแรก การคำนวณอัตราการให้สารน้ำจึงต้องปรับตามเวลาที่เหลืออยู่ โดยให้สารน้ำ 3,500 มิลลิลิตร ใน 7 ชั่วโมง ซึ่งคำนวณเป็นอัตรา 500 มิลลิลิตรต่อชั่วโมง

-สารน้ำที่แนะนำคือ Lactated Ringer's solution เนื่องจากมีองค์ประกอบใกล้เคียงกับพลาสม่าและช่วยแก้ไขภาวะ metabolic acidosis ที่อาจเกิดขึ้นจากการบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามอัตราการให้นี้เป็นเพียงแนวทางเริ่มต้น และต้องปรับตามการตอบสนองของผู้ป่วย

-การติดตามการตอบสนองต่อการให้สารน้ำทำได้โดยการวัดความดันเลือด อัตราการเต้นหัวใจ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งปริมาณปัสสาวะซึ่งควรอยู่ที่ 0.5 ถึง 1 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัมต่อชั่วโมง ในผู้ป่วยรายนี้ควรมีปริมาณปัสสาวะ 25 ถึง 50 มิลลิลิตรต่อชั่วโมง

-นอกจากนี้ต้องประเมินสัญญาณชีพอื่นๆ เช่น ระดับความรู้ตัว ความดันเลือดซิสโตลิกที่ควรมากกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท อัตราการเต้นหัวใจที่ควรน้อยกว่า 120 ครั้งต่อนาที และค่าการตรวจทางห้องปฏิบัติการเช่น hematocrit และ electrolytes ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการให้สารน้ำมากเกินไปภาวะบวมน้ำที่ปอด กลุ่มอาการ compartment syndrome ของช่องท้องหรือแขนขา และภาวะ dilutional hyponatremia ดังนั้นการติดตามอย่างใกล้ชิดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
การจัดการผู้ป่วยบาดเจ็บจากไฟไหม้นอกจากให้สารน้ำแล้ว ยังต้องดูแลบาดแผลอย่างเหมาะสม ให้ยาบรรเทาปวด และประเมินการบาดเจ็บทางระบบหายใจจากการสูดดมควันไฟ ซึ่งอาจมีผลต่อการพยากรณ์โรคของผู้ป่วย


บทความที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Kidney Injury (AKI) ตัวอย่างโจทย์ภาวะไตวายเฉียบพลัน ครอบคลุมการแยกสาเหตุ pre-renal, intra-renal, post-renal, การแปลผล urine electrolytes และ fractional excretion of sodium (FENa), การให้ fluid resuscitation, การปรับขนาดยาตาม eGFR, และข้อบ่งชี้ในการฟอกเลือดด่วน
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Decompensated Heart Failure)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Decompensated Heart Failure ตัวอย่างโจทย์ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ครอบคลุมการประเมิน volume overload vs low perfusion, การให้ยาขับปัสสาวะ Furosemide, การปรับยาในผู้ป่วย hypotensive, การให้ inotropes และ vasodilator อย่างเหมาะสม รวมถึงการให้คำแนะนำผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Thyrotoxicosis)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Thyrotoxicosis ตัวอย่างโจทย์ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ตั้งแต่การซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อแยกสาเหตุ, การแปลผล thyroid function test, การเลือกใช้ยา methimazole, PTU, beta-blocker, และการจัดการภาวะ thyroid storm ที่รุนแรง เหมาะสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ