แชร์

ตับอักเสบเกิดจากสาเหตุใด?

อัพเดทล่าสุด: 16 ต.ค. 2025
207 ผู้เข้าชม

ผู้ป่วยชายอายุกลางคน มาด้วยอาการปวดท้อง ตัวเหลืองเล็กน้อย และซีด ตรวจร่างกายพบตาขาวซีด ตาเหลือง ตับโต ผลการตรวจเลือด AST 800 ALT 420 Amylase 240 Total Bilirubin 5 Direct Bilirubin 3.5 วินิจฉัยอะไร?
1. ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์
2.ตับอักเสบจากภูมิต้านตนเอง
3.ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน
4.ตับอักเสบจากไวรัส

เฉลย: 1. ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ (Alcoholic Hepatitis)
จากอาการผู้ป่วยชายอายุกลางคนที่มีอาการปวดท้อง ตัวเหลืองเล็กน้อย ภาวะซีด ตับโต ร่วมกับผลการตรวจเลือดที่พบค่าตับอักเสบสูงมาก โดยมี AST 800 ALT 420 ซึ่งมีอัตราส่วน AST สูงกว่า ALT อย่างชัดเจน ค่า Total Bilirubin 5 และ Direct Bilirubin 3.5 แสดงว่ามีภาวะดีซ่านทั้งจากตับและทางเดินน้ำดี รวมถึงมีค่า Amylase 240 ที่สูงกว่าปกติเล็กน้อย เมื่อพิจารณาจากอาการและการตรวจทั้งหมดนี้ การวินิจฉัยที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ ตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ (Alcoholic Hepatitis)

กลไกทางพยาธิสรีรวิทยาของตับอักเสบจากแอลกอฮอล์เริ่มจากการที่เอธานอลในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกเมแทบอลิซึมในตับผ่านเอนไซม์ alcohol dehydrogenase กลายเป็นอะซีตัลดีไฮด์ซึ่งเป็นสารพิษที่ทำลายเซลล์ตับ การดื่มแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่องทำให้เกิด oxidative stress การอักเสบ และในที่สุดก็ทำให้เกิดภาวะตับแข็ง อาการปวดท้องในผู้ป่วยรายนี้อาจเกิดจากการที่ตับมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้เยื่อหุ้มตับถูกยืดออก

ลักษณะทางห้องปฏิบัติการที่สำคัญและเป็นข้อบ่งชี้ที่แข็งแรงสำหรับตับอักเสบจากแอลกอฮอล์คือ อัตราส่วนของ AST ต่อ ALT ที่มากกว่า 2 ต่อ 1 ซึ่งในผู้ป่วยรายนี้มี AST 800 และ ALT 420 ให้อัตราส่วนประมาณ 1.9 ต่อ 1 ใกล้เคียงกับ 2 ต่อ 1 ซึ่งเป็นรูปแบบ classic ของ alcoholic liver disease สาเหตุที่ AST สูงกว่า ALT เนื่องจากแอลกอฮอล์ทำให้เกิดการขาดไพริดอกซัลฟอสเฟตซึ่งเป็นโคแฟกเตอร์ที่จำเป็นสำหรับการทำงานของ ALT นอกจากนี้ยังมีการปล่อย AST จากไมโตคอนเดรียของเซลล์ตับที่ถูกทำลาย

ภาวะดีซ่านที่พบเกิดจากการที่เซลล์ตับถูกทำลายจนไม่สามารถขับบิลิรูบินได้ตามปกติ รวมถึงอาจมีการอุดกั้นของท่อน้ำดีภายในตับจากเซลล์ตับที่บวมน้ำ การมีค่า Direct Bilirubin สูงถึง 3.5 แสดงว่ามีองค์ประกอบของการอุดกั้นร่วมด้วย ภาวะซีดอาจเกิดจากหลายกลไก ได้แก่ การขาดโฟเลตจากการดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง การเสียเลือดจากทางเดินอาหารจากการมีเส้นเลือดขอดในหลอดอาหาร หรือการสร้างเม็ดเลือดแดงที่ลดลงจากพิษของแอลกอฮอล์ต่อไขกระดูก

สำหรับการวินิจฉัยแยกโรค ตับอักเสบจากภูมิต้านตนเองมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และมักมีค่า IgG ในเลือดสูงร่วมด้วย ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันมักมีอาการปวดท้องรุนแรงมากและมีค่า Amylase ที่สูงกว่า 1000 ขึ้นไป ในขณะที่ผู้ป่วยรายนี้มีค่า Amylase เพียง 240 ซึ่งสูงกว่า Normal only slightly และอาจเกิดจากตับอ่อนอักเสบร่วมในผู้ป่วยที่ดื่มแอลกอฮอล์ก็ได้ ตับอักเสบจากไวรัสมักมีค่า ALT สูงกว่า AST และมักมีประวัติสัมผัสเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

การตรวจเพิ่มเติมที่จำเป็นได้แก่ การตรวจอุลตราซาวด์ช่องท้องเพื่อประเมินสภาพตับและตับอ่อน การตรวจหาไวรัสตับอักเสบ การตรวจระดับ IgG ANA และ Anti Smooth Muscle Antibody เพื่อวินิจฉัยแยกโรคตับอักเสบจากภูมิต้านตนเอง และที่สำคัญคือการซักประวัติการดื่มแอลกอฮอล์อย่างละเอียด

การรักษาตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ประกอบด้วยการหยุดดื่มแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด การให้โภชนาการที่เหมาะสม การให้วิตามินบีหนึ่งเพื่อป้องกันภาวะสมองเสื่อมจากพิษแอลกอฮอล์ และในกรณีรุนแรงอาจพิจารณาให้สเตียรอยด์ การพยากรณ์โรคขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและความสามารถในการงดแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่อง


บทความที่เกี่ยวข้อง
เฉลยข้อสอบ MEQ: ภาวะต่อมหมวกไตทำงานน้อย (Adrenal Insufficiency)
เจาะลึกเฉลยข้อสอบ MEQ Adrenal Insufficiency พร้อมแนวคิดการตอบที่ถูกต้อง ครอบคลุมการแยก Primary vs Secondary adrenal insufficiency, การแปลผล ACTH stimulation test (Cosyntropin test), การจัดการ adrenal crisis ฉุกเฉินด้วย hydrocortisone และ IV fluid, การปรับขนาดยาในช่วงเจ็บป่วย (Sick day rules) และการให้คำแนะนำผู้ป่วยเพื่อป้องกันภาวะวิกฤติซ้ำ
เฉลย: Diabetic Ketoacidosis (DKA) — ภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันที่อันตรายถึงชีวิต ผู้ป่วยเบาหวานต้องรู้
Diabetic Ketoacidosis (DKA) หรือ ภาวะกรดคีโตนจากเบาหวาน เป็นภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันที่รุนแรงและอันตรายถึงชีวิต พบมากในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้