แชร์

ผู้ป่วย Graves ได้รับ PTU เป็นไข้ เม็ดเลือดขาวต่ำมากทำอย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 22 ต.ค. 2025
99 ผู้เข้าชม

ผู้ป่วย Graves ได้รับ PTU ไข้ เจ็บคอ เม็ดเลือดขาวต่ำมากจัดการอย่างไร?
ผู้ป่วยโรค Graves ได้รับยา PTU 150 mg/วัน (ไม่ทราบจำนวนวันที่ได้รับ) มีอาการไข้ เจ็บคอ มาพบแพทย์ ตรวจ CBC พบ WBC 400 cells
A. ลดขนาดยา PTU
B. หยุดยา PTU
C. เปลี่ยนไปใช้ MMI

เฉลย: B. หยุดยา PTU (off PTU) เป็นการตัดสินใจที่สำคัญและจำเป็นที่สุดเป็นลำดับแรก
จากประวัติผู้ป่วยโรค Graves ที่ได้รับยา PTU ขนาด 150 มิลลิกรัมต่อวัน แล้วพัฒนาอาการไข้ เจ็บคอ และผลการตรวจเลือดพบเม็ดเลือดขาวต่ำอย่างรุนแรงเพียง 400 cells/cu.mm อาการทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นถึงภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและคุกคามชีวิตจากการใช้ยา PTU
เมื่อพิจารณาตัวเลือกการจัดการที่เหมาะสมที่สุด B. หยุดยา PTU (off PTU) เป็นการตัดสินใจที่สำคัญและจำเป็นที่สุดเป็นลำดับแรก
เหตุผลเชิงลึกทางการแพทย์ที่เลือกหยุดยา PTU:
1. กลไกทางพยาธิสรีรวิทยาของภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำจาก PTU:
PTU หรือ Propylthiouracil เป็นยาต้านไทรอยด์ที่สามารถก่อให้เกิดภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำได้ผ่านหลายกลไก กลไกหลักคือการเกิดปฏิกิริยาภูมิไวเกินแบบ idiosyncratic reaction ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับขนาดยาหรือระยะเวลาการใช้ยา การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันนี้ทำให้เกิดการทำลาย precursor cells ในไขกระดูก โดยเฉพาะเซลล์ที่กำลังพัฒนาเป็น granulocytes บางทฤษฎีเสนอว่ายาอาจทำหน้าที่เป็น hapten ที่ไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ผลิตแอนติบอดีต่อเซลล์เม็ดเลือดขาวของตนเอง
2. ลักษณะทางคลินิกและความรุนแรงของภาวะ:
ระดับเม็ดเลือดขาวที่ 400 cells/cu.mm จัดอยู่ในเกณฑ์ agranulocytosis ซึ่งหมายถึงการขาดเม็ดเลือดขาวชนิด neutrophil เกือบสมบูรณ์ Neutrophil เป็นด่านแรกของการป้องกันการติดเชื้อจากแบคทีเรีย การที่มี neutrophil ต่ำมากเช่นนี้ทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงได้แม้จากเชื้อประจำถิ่น อาการไข้และเจ็บคอที่ผู้ป่วยเป็นอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการติดเชื้อแล้ว เนื่องจากเยื่อบุช่องปากและคอเป็นบริเวณที่แบคทีเรียประจำถิ่นอยู่จำนวนมาก
3. การพิจารณาตัวเลือกอื่นๆ อย่างละเอียด:
A. ลดขนาดยา PTU:
ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งเนื่องจากภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำจาก PTU เป็น idiosyncratic reaction ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับขนาดยา การลดขนาดยาไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นและอาจทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสในการได้รับการรักษาที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ป่วยได้รับยาที่เป็นสาเหตุของปัญหาต่อไป
C. เปลี่ยนไปใช้ MMI:
แม้ MMI (Methimazole) จะเป็นยาต้านไทรอยด์อีกชนิดหนึ่ง แต่ไม่แนะนำให้ใช้ในกรณีนี้ เนื่องจากมีรายงานการเกิด cross-reactivity ระหว่าง PTU และ MMI หมายความว่าผู้ป่วยที่แพ้ PTU มีโอกาสแพ้ MMI ด้วยเช่นกัน การเปลี่ยนไปใช้ MMI อาจทำให้ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำดำเนินต่อหรือแย่ลงได้
แนวทางการจัดการผู้ป่วยอย่างเป็นระบบหลังหยุดยา PTU:
การป้องกันและรักษาการติดเชื้อ:
-ให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำอย่างเร่งด่วน ควรครอบคลุมเชื้อทั้งแกรมบวกและแกรมลบ
-พิจารณาให้ยาต้านเชื้อราหากมีปัจจัยเสี่ยง
-จัดให้ผู้ป่วยอยู่ในห้องแยกเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ
-การกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว:
-ให้ G-CSF (Granulocyte Colony-Stimulating Factor) เพื่อเร่งการฟื้นตัวของไขกระดูก
-ติดตามจำนวนเม็ดเลือดขาวอย่างใกล้ชิดทุกวัน
การจัดการภาวะไทรอยด์เป็นพิษ:
-ให้ beta-blockers เพื่อควบคุมอาการทางหัวใจและหลอดเลือด
-พิจารณาให้ saturated solution of potassium iodide (SSKI) เพื่อยับยั้งการฮอร์โมนไทรอยด์
-ประเมินความเหมาะสมในการผ่าตัดไทรอยด์หรือการรักษาด้วยรังสีไอโอดีน
การดูแลประคับประคอง:
-ดูแลสุขอนามัยในช่องปากอย่างเคร่งครัด
-ตรวจหาแหล่งการติดเชื้ออื่นๆ ที่อาจแอบแฝง
-ให้การทางโภชนาการที่เหมาะสม
การพยากรณ์โรค:
ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำจาก PTU มักจะดีขึ้นภายใน 1-3 สัปดาห์หลังหยุดยา หากไม่มีการติดเชื้อรุนแรงแทรกซ้อน อย่างไรก็ตาม อัตราการเสียชีวิตจากภาวะนี้ยังคงอยู่ที่ประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือด
ข้อควรระวังสำหรับอนาคต:
ต้องบันทึกในประวัติการแพ้ยาของผู้ป่วยอย่างชัดเจนว่ามีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำจาก PTU และห้ามใช้ยาต้านไทรอยด์ในกลุ่มนี้ซ้ำอีกไม่ว่ากรณีใดๆ
โดยสรุป การหยุดยา PTU ทันทีเป็นการจัดการที่สำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นการกำจัดสาเหตุหลักของปัญหา และเปิดโอกาสให้ไขกระดูกสามารถฟื้นตัวได้ รวมถึงลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

Tags :

บทความที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Kidney Injury (AKI) ตัวอย่างโจทย์ภาวะไตวายเฉียบพลัน ครอบคลุมการแยกสาเหตุ pre-renal, intra-renal, post-renal, การแปลผล urine electrolytes และ fractional excretion of sodium (FENa), การให้ fluid resuscitation, การปรับขนาดยาตาม eGFR, และข้อบ่งชี้ในการฟอกเลือดด่วน
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Decompensated Heart Failure)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Decompensated Heart Failure ตัวอย่างโจทย์ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ครอบคลุมการประเมิน volume overload vs low perfusion, การให้ยาขับปัสสาวะ Furosemide, การปรับยาในผู้ป่วย hypotensive, การให้ inotropes และ vasodilator อย่างเหมาะสม รวมถึงการให้คำแนะนำผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน
ตัวอย่างข้อสอบ MEQ: ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Thyrotoxicosis)
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Thyrotoxicosis ตัวอย่างโจทย์ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ตั้งแต่การซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อแยกสาเหตุ, การแปลผล thyroid function test, การเลือกใช้ยา methimazole, PTU, beta-blocker, และการจัดการภาวะ thyroid storm ที่รุนแรง เหมาะสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ