แชร์

หญิงอายุ 30 ปี ตั้งครรภ์ไตรมาสแรก มีอาการคลื่นไส้อาเจียนตรวจ thyriod hormone พบ thyroxine สูงขึ้น ฮอร์โมนใดทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนมาก และ thyroxine สูงขึ้น?

อัพเดทล่าสุด: 12 ธ.ค. 2025
153 ผู้เข้าชม

หญิงอายุ 30 ปี ตั้งครรภ์ไตรมาสแรก มีอาการคลื่นไส้อาเจียนมาก ตรวจ thyriod hormone พบ thyroxine สูงขึ้น ฮอร์โมนใดทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนมาก และทำให้ระดับ thyroxine สูงขึ้น?

A. Estrogen

B. progesterone

C. beta-hCG

D. thyroid stimulating hormone

E. serotonin

คำตอบ: C. beta-hCG
เหตุผล:
ในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ ภาวะคลื่นไส้อาเจียนมาก (hyperemesis gravidarum) และภาวะ thyroxine สูงขึ้นเกิดจากกลไกเดียวกันคือ beta-hCG ที่สูงขึ้นมาก
beta-hCG มีโครงสร้างบางส่วนคล้ายกับ TSH (thyroid-stimulating hormone) จึงสามารถจับกับ TSH receptor ที่ต่อมไทรอยด์ได้บ้าง กระตุ้นการสร้างและหลั่ง thyroxine (T4)  ทำให้มีภาวะ gestational transient thyrotoxicosis (T4 สูง, TSH ต่ำ) ซึ่งเป็นภาวะชั่วคราว
สาเหตุที่ beta-hCG ทำให้คลื่นไส้อาเจียนมาก: เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการกระตุ้น TSH receptor หรือส่งผลต่อระบบประสาทและทางเดินอาหาร
ตัวเลือกอื่นไม่ตรงที่สุด:
A. Estrogen  อาจทำให้คลื่นไส้ได้บ้าง แต่ไม่ได้กระตุ้น T4 โดยตรง
B. Progesterone  ทำให้กล้ามเนื้อคลาย อาจทำให้กรดไหลย้อนหรือคลื่นไส้ได้ แต่ไม่เกี่ยวกับ T4 สูง
D. Thyroid stimulating hormone  ถ้า TSH สูงจากต่อมไทรอยด์เองจะทำให้ T4 สูงได้ แต่ในหญิงตั้งครรภ์ TSH มักต่ำเพราะ beta-hCG กระตุ้นแทน
E. Serotonin  อาจเกี่ยวกับอาการคลื่นไส้ แต่ไม่ใช่ฮอร์โมนหลักและไม่ทำให้ T4 สูงในภาวะนี้
สรุป:
ฮอร์โมนเดียวที่ทำให้ทั้งคลื่นไส้อาเจียนมาก และ thyroxine สูงขึ้นในหญิงตั้งครรภ์ไตรมาสแรกคือ beta-hCG


บทความที่เกี่ยวข้อง
เฉลย:โรคกิแลง บาร์แร ซินโดรม  (Guillain-Barré Syndrome)
โรคกิแลง บาร์แร ซินโดรม (Guillain-Barré Syndrome, GBS) เป็นโรคทางระบบประสาทที่พบได้ไม่บ่อยแต่รุนแรง เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไปทำลายเซลล์ประสาทส่วนปลาย (peripheral nerves) ทำให้เกิดอาการอ่อนแรงเฉียบพลัน มักเกิดหลังการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย เช่น ไข้หวัดใหญ่ ท้องเสีย หรือการติดเชื้อ COVID-19 ประมาณ 1-3 สัปดาห์ก่อนเริ่มมีอาการ
RML ling abscess.เลือกใช้ ATB ใด?
การรักษาฝีในปอด (Lung abscess) ต้องครอบคลุมเชื้อ Anaerobic bacteria เป็นสำคัญ ยาปฏิชีวนะเริ่มต้นมักเป็น Ceftriaxone ร่วมกับ Clindamycin หรือใช้ยาเดี่ยวที่ครอบคลุมเชื้อทั้งสองกลุ่มได้ดี เช่น Piperacillin-tazobactam หรือ Amoxicillin-clavulanate
ชายอายุ 30 ปี มีแน่นน้าอก ไอแห้ง 3 สัปดาห์ ?
ในผู้ป่วยที่มีอาการและอาการแสดงของ pleural effusion เป็นเวลานาน 3 สัปดาห์ ขั้นตอนการตรวจที่เหมาะสมและให้ผลวินิจฉัยสูงสุดคือ การเจาะตรวจน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดร่วมกับการตัดชิ้นเนื้อเยื่อหุ้มปอด (Pleural tapping with biopsy) เพื่อหาสาเหตุ โดยเฉพาะวัณโรค
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้