วัยกลางคน ไข้ ตัวเหลือง มีน้ำในช่องท้อง ตรวจอะไร?
อัพเดทล่าสุด: 15 ธ.ค. 2025
103 ผู้เข้าชม

ผู้ป่วยวัยกลางคนมีไข้และตัวเหลืองตาเหลืองมา 1 สัปดาห์ ตรวจร่างกาย: ตาขาวเหลือง ตาแดงซีดเล็กน้อย ช่องท้องมีน้ำในช่องท้อง
1.ตรวจ HBsAg ( Hepatitis B surface Antigen)
2.ตรวจ HBeAg (Hepatitis B e Antigen)
3.ตรวจ Anti-HBs IgM (แอนติบอดีต่อ Hepatitis B surface antigen)
4.ตรวจ Anti-HAV IgM (แอนติบอดีต่อ Hepatitis A virus)
ตอบ 4. Anti-HAV IgM (แอนติบอดีต่อ Hepatitis A virus)
จากอาการผู้ป่วยวัยกลางคนที่มีไข้และดีซ่านมา 1 สัปดาห์ ร่วมกับการตรวจร่างกายพบตาขาวเหลือง ตาแดงซีดเล็กน้อย และมีน้ำในช่องท้อง (ascites) อาการทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นถึงภาวะตับอักเสบเฉียบพลันที่รุนแรงจนทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนคือมีน้ำในช่องท้อง
เมื่อพิจารณาลักษณะทางคลินิก ได้แก่ ไข้ ดีซ่าน และน้ำในช่องท้องที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 1 สัปดาห์ ทำให้ต้องคิดถึงสาเหตุของตับอักเสบเฉียบพลันที่รุนแรงพอที่จะทำให้การทำงานของตับล้มเหลวและเกิดน้ำในช่องท้องได้ในเวลาอันสั้น
การตรวจวินิจฉัยที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยรายนี้คือ 4. Anti-HAV IgM (แอนติบอดีต่อ Hepatitis A virus)
เหตุผลเชิงลึกทางการแพทย์ที่เลือก Anti-HAV IgM:
1. ลักษณะทางคลินิกที่สอดคล้องกับ Hepatitis A:
Hepatitis A virus ทำให้เกิด acute hepatitis แบบเฉียบพลัน
มักมีอาการนำเป็นไข้ก่อนแล้วตามด้วยดีซ่าน
สามารถเกิด acute liver failure ได้ในกรณีรุนแรง
การที่มีน้ำในช่องท้องบ่งชี้ถึง severe acute hepatitis
2. กลไกการเกิดโรคและพยาธิกำเนิด:
Hepatitis A เป็น RNA virus ติดต่อผ่านทาง fecal-oral route
virus เข้าสู่ร่างกายผ่านทางเดินอาหารแล้วไปที่ตับ
ทำให้เกิด hepatocellular damage อย่างรวดเร็ว
ในกรณีรุนแรงอาจเกิด acute hepatic failure ด้วย
3. Timeline ของการเกิดอาการ:
ระยะฟักตัว 2-6 สัปดาห์ สอดคล้องกับประวัติอาการ 1 สัปดาห์
ไข้และดีซ่านเป็นอาการ classic ของ acute hepatitis
การวิเคราะห์ตัวเลือกอื่นๆ:
1. HBsAg:
บ่งชี้การติดเชื้อ Hepatitis B
แต่ส่วนใหญ่จะเป็น chronic infection
Acute hepatitis B พบได้น้อยกว่า
มักไม่ทำให้เกิด ascites รวดเร็วแบบนี้
2. HBeAg:
บ่งชี้ viral replication ใน Hepatitis B
ไม่ใช่การตรวจแรกสำหรับ acute hepatitis
มักใช้ในการประเมินการติดเชื้อเรื้อรัง
3. Anti-HBs IgM:
ไม่ใช่การตรวจมาตรฐาน
Anti-HBs มักเป็น IgG และบ่งชี้ immunity
ไม่เหมาะสมสำหรับการวินิจฉัย acute infection
การตรวจเพิ่มเติมที่ควรพิจารณา:
Liver function tests (AST, ALT, Bilirubin, Albumin)
Coagulation profile (PT, INR)
Complete blood count
Abdominal ultrasound
Viral markers for other hepatitis viruses
การจัดการผู้ป่วย:
รับไว้รักษาในโรงพยาบาล
ให้การรักษาประคับประคอง
ตรวจติดตามการทำงานของตับอย่างใกล้ชิด
พิจารณาการส่งต่อศูนย์ปลูกตับหากมี acute liver failure
โดยสรุป การตรวจ Anti-HAV IgM เป็นการตรวจที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากอาการทางคลินิกสอดคล้องกับ acute hepatitis A รุนแรง ซึ่งสามารถอธิบายการมีไข้ ดีซ่าน และน้ำในช่องท้องที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้
1.ตรวจ HBsAg ( Hepatitis B surface Antigen)
2.ตรวจ HBeAg (Hepatitis B e Antigen)
3.ตรวจ Anti-HBs IgM (แอนติบอดีต่อ Hepatitis B surface antigen)
4.ตรวจ Anti-HAV IgM (แอนติบอดีต่อ Hepatitis A virus)
ตอบ 4. Anti-HAV IgM (แอนติบอดีต่อ Hepatitis A virus)
จากอาการผู้ป่วยวัยกลางคนที่มีไข้และดีซ่านมา 1 สัปดาห์ ร่วมกับการตรวจร่างกายพบตาขาวเหลือง ตาแดงซีดเล็กน้อย และมีน้ำในช่องท้อง (ascites) อาการทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นถึงภาวะตับอักเสบเฉียบพลันที่รุนแรงจนทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนคือมีน้ำในช่องท้อง
เมื่อพิจารณาลักษณะทางคลินิก ได้แก่ ไข้ ดีซ่าน และน้ำในช่องท้องที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 1 สัปดาห์ ทำให้ต้องคิดถึงสาเหตุของตับอักเสบเฉียบพลันที่รุนแรงพอที่จะทำให้การทำงานของตับล้มเหลวและเกิดน้ำในช่องท้องได้ในเวลาอันสั้น
การตรวจวินิจฉัยที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยรายนี้คือ 4. Anti-HAV IgM (แอนติบอดีต่อ Hepatitis A virus)
เหตุผลเชิงลึกทางการแพทย์ที่เลือก Anti-HAV IgM:
1. ลักษณะทางคลินิกที่สอดคล้องกับ Hepatitis A:
Hepatitis A virus ทำให้เกิด acute hepatitis แบบเฉียบพลัน
มักมีอาการนำเป็นไข้ก่อนแล้วตามด้วยดีซ่าน
สามารถเกิด acute liver failure ได้ในกรณีรุนแรง
การที่มีน้ำในช่องท้องบ่งชี้ถึง severe acute hepatitis
2. กลไกการเกิดโรคและพยาธิกำเนิด:
Hepatitis A เป็น RNA virus ติดต่อผ่านทาง fecal-oral route
virus เข้าสู่ร่างกายผ่านทางเดินอาหารแล้วไปที่ตับ
ทำให้เกิด hepatocellular damage อย่างรวดเร็ว
ในกรณีรุนแรงอาจเกิด acute hepatic failure ด้วย
3. Timeline ของการเกิดอาการ:
ระยะฟักตัว 2-6 สัปดาห์ สอดคล้องกับประวัติอาการ 1 สัปดาห์
ไข้และดีซ่านเป็นอาการ classic ของ acute hepatitis
การวิเคราะห์ตัวเลือกอื่นๆ:
1. HBsAg:
บ่งชี้การติดเชื้อ Hepatitis B
แต่ส่วนใหญ่จะเป็น chronic infection
Acute hepatitis B พบได้น้อยกว่า
มักไม่ทำให้เกิด ascites รวดเร็วแบบนี้
2. HBeAg:
บ่งชี้ viral replication ใน Hepatitis B
ไม่ใช่การตรวจแรกสำหรับ acute hepatitis
มักใช้ในการประเมินการติดเชื้อเรื้อรัง
3. Anti-HBs IgM:
ไม่ใช่การตรวจมาตรฐาน
Anti-HBs มักเป็น IgG และบ่งชี้ immunity
ไม่เหมาะสมสำหรับการวินิจฉัย acute infection
การตรวจเพิ่มเติมที่ควรพิจารณา:
Liver function tests (AST, ALT, Bilirubin, Albumin)
Coagulation profile (PT, INR)
Complete blood count
Abdominal ultrasound
Viral markers for other hepatitis viruses
การจัดการผู้ป่วย:
รับไว้รักษาในโรงพยาบาล
ให้การรักษาประคับประคอง
ตรวจติดตามการทำงานของตับอย่างใกล้ชิด
พิจารณาการส่งต่อศูนย์ปลูกตับหากมี acute liver failure
โดยสรุป การตรวจ Anti-HAV IgM เป็นการตรวจที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากอาการทางคลินิกสอดคล้องกับ acute hepatitis A รุนแรง ซึ่งสามารถอธิบายการมีไข้ ดีซ่าน และน้ำในช่องท้องที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้
บทความที่เกี่ยวข้อง
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Kidney Injury (AKI) ตัวอย่างโจทย์ภาวะไตวายเฉียบพลัน ครอบคลุมการแยกสาเหตุ pre-renal, intra-renal, post-renal, การแปลผล urine electrolytes และ fractional excretion of sodium (FENa), การให้ fluid resuscitation, การปรับขนาดยาตาม eGFR, และข้อบ่งชี้ในการฟอกเลือดด่วน
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Acute Decompensated Heart Failure ตัวอย่างโจทย์ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ครอบคลุมการประเมิน volume overload vs low perfusion, การให้ยาขับปัสสาวะ Furosemide, การปรับยาในผู้ป่วย hypotensive, การให้ inotropes และ vasodilator อย่างเหมาะสม รวมถึงการให้คำแนะนำผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน
ฝึกทำข้อสอบ MEQ เรื่อง Thyrotoxicosis ตัวอย่างโจทย์ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ตั้งแต่การซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อแยกสาเหตุ, การแปลผล thyroid function test, การเลือกใช้ยา methimazole, PTU, beta-blocker, และการจัดการภาวะ thyroid storm ที่รุนแรง เหมาะสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์


