แชร์

มีบุตรยาก ประจำเดือนมาทุก 35-40 วัน ไม่สม่ำเสมอ สามีน้ำเชื้อปกติ ฮอร์โมนใดใช้คะเนเวลาตกไข่?

อัพเดทล่าสุด: 17 ธ.ค. 2025
316 ผู้เข้าชม

หญิง 35 ปี มีบุตรยาก ประจำเดือนมาทุก 35-40 วัน ไม่สม่ำเสมอ สามีน้ำเชื้อปกติ มาพบแพทย์เพราะอยากมีลูก ฮอร์โมนใดใช้คะเนเวลาตกไข่?

A. Estrogen

B. Progesterone

C. LH

D. FSH

E. hCG

คำตอบ: C. LH
เหตุผล:
ผู้ป่วยมีบุตรยาก ประจำเดือนไม่สม่ำเสมอทุก 35-40 วัน น่าจะมีภาวะไข่ไม่ตกหรือตกไม่สม่ำเสมอ (oligo-ovulation)
การจะทราบว่าไข่ตกเมื่อใด สามารถตรวจวัดฮอร์โมนเพื่อคะเนได้ โดย:
LH surge เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดที่บอกว่าจะเกิดการตกไข่ภายใน 24-36 ชั่วโมง หลังจากที่ LH ขึ้นสูงสุด
โดยทั่วไปจะตรวจในปัสสาวะหรือเลือดในช่วงวันที่คาดว่าจะตกไข่ (ประมาณวันที่ 12-16 ของรอบเดือนปกติ)
ฮอร์โมนอื่นเกี่ยวข้องแต่ไม่ใช่ตัวหลักที่ใช้คะเนเวลาตกไข่โดยตรง:
A. Estrogen  จะสูงขึ้นก่อนตกไข่ แต่ช่วงกว้างและอาจสูงในภาวะอื่นด้วย
B. Progesterone  สูงหลังการตกไข่แล้ว ใช้ยืนยันว่าไข่ตกแล้ว
D. FSH  สูงขึ้นช่วงต้นรอบเดือนเพื่อกระตุ้นฟอลลิเคิล
E. hCG  ไม่เกี่ยวข้องกับการตกไข่ตามธรรมชาติ ใช้ตรวจการตั้งครรภ์
สรุป:
ฮอร์โมนที่ใช้คะเนเวลาตกไข่ในสตรีที่มีภาวะมีบุตรยาก คือ LH เพราะการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของ LH เป็นตัวบอกว่ากำลังจะตกไข่ในอีก 1-2 วันข้างหน้า


บทความที่เกี่ยวข้อง
เฉลย:โรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือ โรคฉี่หนู อาการ การรักษา และการป้องกันที่ควรรู้
โรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "โรคฉี่หนู" เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูฝนและน้ำท่วม เกิดจากเชื้อ Leptospira interrogans ที่ปนเปื้อนอยู่ในปัสสาวะของสัตว์ฟันแทะและสัตว์เลี้ยง เช่น หนู หมู วัว ควาย เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุตาเมื่อสัมผัสน้ำหรือดินที่ปนเปื้อน
เฉลยข้อสอบ MEQ: ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Thyrotoxicosis)
เจาะลึกเฉลยข้อสอบ MEQ Thyrotoxicosis พร้อมแนวคิดการตอบที่ถูกต้อง ครอบคลุมการซักประวัติ Graves' disease vs Thyroiditis, การแปลผล thyroid function test, การให้ยา ATD และ beta-blocker อย่างเหมาะสม, การให้ Lugol's iodine ก่อนผ่าตัด, และการจัดการ thyroid storm ตาม Burch-Wartofsky score
การจัดการผู้ป่วยช็อกจากเลือดออกในช่องท้อง
ผู้ป่วยชายอายุ 30 ปี ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ การตรวจร่างกาย: ชีพจร 130 ครั้ง/นาที, ความดันโลหิต 70/50 mmHg, รู้สึกตัวดี ช่องท้อง โตและกดเจ็บที่บริเวณท้องด้านขวาบน (RUQ) การจัดการรักษาที่เหมาะสมที่สุดคืออะไร?
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และ นโยบายคุกกี้